ยืนยัน เดินหน้าแก้ปัญหาประเทศยุคโควิด-19 ควบคู่พัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้เติบโต

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวระหว่างลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินโครงการ Factory Sandbox ที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) จังหวัดชลบุรี ว่า วันนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาภาคการธุรกิจอุตสาหกรรม

จากการรับฟังรายงานจากบริษัทเกี่ยวกับโครงการ Factory Sandbox ถือว่าดำเนินการได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างความปลอดภัยในสถานประกอบการ โดยรัฐบาลส่งเสริมการลงทุนในไทยและมุ่งเน้นการพัฒนาจากรถยนต์แบบปกติไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้นร้อยละ 30 เพื่อนำไปสู่การลดโลกร้อน เช่นเดียวกับสถานประกอบการ ทั้งโรงงานขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่รัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการต่างๆ จากทั่วโลก และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ EEC โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่อีอีซีเพราะถือเป็นการวางอนาคตประเทศไทย โดยจะส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้ตัวเลขจีดีพีของประเทศเพิ่มสูงขึ้น และพร้อมสนับสนุนสมาร์ทวีซ่าเพื่อให้ต่างประเทศสามารถมาถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ประเทศไทยได้ พร้อมยืนยันรัฐบาลเดินหน้าพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการทำให้บ้านเมืองสงบมากที่สุด ซึ่งรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารจะร่วมมือกับฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่ต่างๆ ให้ดีที่สุด เพื่อเดินหน้าพลิกโฉมประเทศไทยจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ซึ่งการจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนด้วย

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและให้ประเทศไทยปลอดภัยจากโควิด-19 หรือให้สามารถอยู่ร่วมกับโควิดได้ เพราะส่วนตัวเชื่อว่าระบบสาธารณสุขของไทยดีที่สุดในโลก ซึ่งหลายประเทศที่ได้มาพบปะหารือกันก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยเฉพาะมาตรการเปิดประเทศ เช่น PHUKET SANDBOX ที่หลายประเทศจะนำไปเป็นต้นแบบ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ขอให้เชื่อมั่นระบบสาธารณสุขของไทยด้วย

ส่วนการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ยืนยันว่ารัฐบาลทำอย่างเต็มที่ ซึ่งปัจจุบันสามารถนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้มากขึ้น จำนวนเตียงว่างมากขึ้น มีการตรวจเชิงรุกและตรวจคัดกรองในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยถือว่าทรงตัวและสิ่งสำคัญต้องดูยอดผู้ที่รักษาแล้วหายในแต่ละวัน ซึ่งตัวเลขเริ่มใกล้เคียงกันหรือมากกว่าผู้ที่ติดเชื้อหลายวันแล้ว โดยความสำเร็จนี้มาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันที่หลายธุรกิจจำเป็นต้องปิดบริการชั่วคราว ก็เป็นไปตามมาตรสาธารณสุข ซึ่งหากสถานการณ์ดีขึ้นก็จะปลดล็อกต่อไป

ข้อมูลข่าวและที่มา
ผู้สื่อข่าว : พรหมธิดา ทิพยานนท์
ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา
แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :