<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น ประเด็นร้อน]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/index/id/615</link>
<atom:link href="https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/index/id/615" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[เอกนิติ ชูวิสัยทัศน์ “Reignite Thailand” เร่งลงทุน สร้างขีดความสามารถใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตระยะยาว]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/535732</link>
<guid isPermaLink="false">2cfc6fb543bc47368c4e9ea03e6c356f</guid>
<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 15:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/20260826ad1f99f9c1a30c0b1c4819134d81f1dd152858.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>เอกนิติ ชูวิสัยทัศน์ &ldquo;Reignite Thailand&rdquo; เร่งลงทุน สร้างขีดความสามารถใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตระยะยาว</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในงาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand โดยชี้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากภูมิเศรษฐศาสตร์ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และโครงสร้างประชากร ซึ่งกำลังเปลี่ยนทั้งห่วงโซ่อุปทานและทิศทางการลงทุนของโลก สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นทั้งความท้าทายและโอกาส โดยไทยสามารถใช้ความเปิดกว้าง ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับตลาดสำคัญทั่วโลก เสริมบทบาทเป็น &ldquo;Trusted Connector&rdquo; หรือฐานที่มั่นคงและเชื่อถือได้สำหรับบริษัทที่ต้องการเชื่อมโยงการผลิตและตลาดในหลายภูมิภาค</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>รองนายกรัฐมนตรีฯ ระบุว่า สัญญาณการลงทุนของไทยกำลังปรับดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยในครึ่งแรกของปี 2569 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีมูลค่าราว 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% ขณะที่การลงทุนจริงของโครงการที่ได้รับการส่งเสริมมีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 30% นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 2 ยังขยายตัวเกือบ 15% ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ สะท้อนว่าการลงทุนกำลังกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>รัฐบาลจึงวางแนวทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจไว้ใน 3 ระยะ คือ &ldquo;Stabilise Today. Transition Now. Invest for Tomorrow.&rdquo; ในระยะสั้น รัฐบาลจะช่วยดูแลประชาชนจากผลกระทบของราคาพลังงานอย่างตรงจุด ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยพระราชกำหนดกู้จะเป็นส่วนสำคัญในการเร่งการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน โครงข่ายไฟฟ้า การขนส่งสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมเดินหน้า Direct Power Purchase Agreements และ Third-Party Access เพื่อเปิดทางให้ภาคเอกชนลงทุนในระบบพลังงานมากขึ้น</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>สำหรับ Invest for Tomorrow รัฐบาลจะใช้การลงทุนภาครัฐเพื่อดึงเงินลงทุนภาคเอกชน เร่งการลงทุนจากต่างประเทศผ่าน Thailand FastPass และกระตุ้นการลงทุนของธุรกิจไทยผ่านกลไก กรอ. โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ FastPass การลงทุนจริงขยายตัวเป็นเลขสองหลักต่อเนื่องทั้งสองไตรมาสของปีนี้ และเมื่อรวมกับโครงการที่รัฐบาลช่วยผลักดัน คาดว่าจะสามารถเร่งเม็ดเงินลงทุนได้มากกว่า 7 แสนล้านบาท รองนายกรัฐมนตรีฯ เปรียบการพัฒนาเศรษฐกิจเสมือนทีมฟุตบอล โดยภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเป็น &ldquo;กองหน้า&rdquo; กรอ. และภาครัฐทำหน้าที่เป็น &ldquo;กองกลาง&rdquo; ช่วยแก้ปัญหาและผลักดันการลงทุน ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและวินัยการคลังคือ &ldquo;กองหลัง&rdquo; ที่สร้างความมั่นใจให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>รองนายกรัฐมนตรีฯ ย้ำว่า ความสำเร็จไม่ควรวัดจากเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าการลงทุนนั้นสร้างประโยชน์อะให้กับประเทศ โดยเน้นการลงทุนคุณภาพต้องนำเทคโนโลยีและการวิจัยเข้ามา เชื่อมธุรกิจไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และสร้างงานพร้อมทักษะใหม่ให้คนไทย ผ่าน Skill Bridge ซึ่งเป็นการฝึกอบรมแบบ demand-driven ตามทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการจริง ขณะเดียวกัน ตลาดทุนจะช่วยรองรับการเปลี่ยนแปลงผ่าน TISA, BOI-to-IPO และ JUMP+ ทั้งหมดนี้เชื่อมกับแนวคิด &ldquo;Thailand&rsquo;s New Horizons: Empowering People, Building Resilience&rdquo; ที่ไทยจะนำเสนอในการประชุม IMF&ndash;World Bank Annual Meetings ปลายปีนี้ โดย ดร.เอกนิติ ย้ำว่า &ldquo;รัฐบาลจะเดินหน้านโยบายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประคองเศรษฐกิจ เร่งการเปลี่ยนผ่าน และลงทุนเพื่ออนาคต บนพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง พร้อมรักษาวินัยการเงินการคลัง&rdquo; เพราะท้ายที่สุด เป้าหมายไม่ใช่เพียงการนำเงินทุนเข้าประเทศ แต่คือการ เปลี่ยนเงินทุนให้เป็นขีดความสามารถ และสร้างโอกาสที่ดีขึ้นให้กับคนไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/20260826ad1f99f9c1a30c0b1c4819134d81f1dd152858.jpg' type='image/jpg' length='83762' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กห.-กองทัพไทย ร่วมแจง เรืออับราฮัมลินคอล์นสหรัฐ แวะพักไทย 2-6 ก.ย. นี้ ฟื้นฟูร่างกาย- เติมเสบียง ก่อนกลับประเทศ หลังเครียดจากภารกิจ 250 วันตะวันออกกลาง ไม่ได้แวะเติมกระสุน พร้อมรับทุกประเทศเท่าเทียมกัน จีน-รัสเซีย ]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/535727</link>
<guid isPermaLink="false">1afc6bb71b68701b97e4f461acb33839</guid>
<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 15:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/2026082672037495ca35d33edb9b7357e950ffa2152420.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>กห.-กองทัพไทย ร่วมแจง เรืออับราฮัมลินคอล์นสหรัฐ แวะพักไทย 2-6 ก.ย. นี้&nbsp;ฟื้นฟูร่างกาย- เติมเสบียง ก่อนกลับประเทศ หลังเครียดจากภารกิจ 250 วันตะวันออกกลาง ไม่ได้แวะเติมกระสุน พร้อมรับทุกประเทศเท่าเทียมกัน จีน-รัสเซี</strong>ย&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณี เรือ USS Abraham Lincoln จะแวะพักที่ประเทศไทยว่า การเยือนของเรือสหรัฐไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฝึกหรือปฏิบัติการร่วมกับกองทัพเรือไทย ซึ่งเป็นภารกิจฟื้นฟูกําลังพลหลังปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลาง 250 วัน&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>มาพักผ่อนผ่อนคลายก่อนเดินทางกลับฐานทัพที่สหรัฐ ซึ่งทางสหรัฐระบุว่ากำลังพลมีความเครียดในระดับหนึ่ง การอยู่บนเรือตลอด 250 วัน เพราะฉะนั้นจึงแวะพักที่ประเทศไทยระหว่างวันที่ 2-6 ก.ย. 2569 ให้กำลังพลได้ขึ้นฝั่งและผ่อนคลายพร้อมย้ำว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศการท่องเที่ยวติดของโลก การที่เรือขนาดใหญ่แวะมาพัก ถือว่าเห็นความสําคัญเรื่องการใช้ประโยชน์ของประเทศไทยเดี๋ยวเรื่องของการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>พล.ร.ต.สุรสันต์ ย้ำว่า ไม่เป็นไปตามที่สื่อออนไลน์ ตั้งข้อสังเกตว่ามีการปฏิบัติการร่วม ดังนั้นขอปฏิเสธไม่มีการ ปฏิบัติการร่วมใด ๆ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบข้อตกลงระหว่างไทยและสหรัฐ ซึ่งมีผลประโยชน์กันแล้ว และกรณีเช่นนี้ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาจะมีเรือของสหรัฐมาแวะพักผ่อน ที่เมืองไทยอยู่หลายครั้ง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ส่วนจะต้องมีการการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่พิเศษหรือไม่ พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เป็นรูปแบบเดียวกันกับการฝึกคอบราโกลด์ เวลามีกําลังพลต่างประเทศสหรัฐเข้ามาก็จะมีการจัดทำรายละเอียดให้รับทราบระเบียบกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ที่ต้องปฏิบัติตาม ไม่ได้หมายความว่า ให้กําลังพลสหรัฐทําอะไรก็ได้ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ และเป็นสิ่งที่สหรัฐเขายืนยันและสร้างกำชับกําลังพลของเขาเช่นกัน ส่วนประเทศไทยจะมีเจ้าหน้าที่ ตํารวจ สารวัตรทหาร (สห.) คอยกํากับดูแล ร่วมกับ สห.สหรัฐส่งมาดูแลกำลังพลตัวเอง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>พล.ร.ต.สุรสันต์ ยังตอบคำถามกรณีเรือดังกล่าว ปฏิบัติภารกิจตะวันออกกลางและมาแวะพักที่ประเทศไทยจะทําให้เกิดปัญหากับอิหร่านหรือไม่ โดยระบุว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นที่ผูกพันกัน การดําเนินการเป็นไปตามระเบียบที่มีข้อตกลงกันระหว่างไทยกับสหรัฐ ไม่ใช่ปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ขณะ พล.ต.วิธัย ลายถมยา โฆษก กองทัพไทย กล่าวย้ำว่าเท่าทีทราบเป็นการแวะพักเพื่อฟื้นฟูกำลังพลก่อนเดินทางกลับประเทศทันที มีการแวะเติมเสบียงอาหารด้วย เราไม่ได้ให้การสนับสนุนกระสุนหรืออะไรต่าง ๆเพราะเป็นเรื่องอันตราย แต่เป็นการฟื้นฟูกําลังพล นอกจากนี้กองทัพเรือ ย้ำว่า การขอเข้าจอดเรือ ไทยตอบรับทุกประเทศเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ยินดีที่จะให้ความร่วมมือทุกประเทศ ไม่มีประเทศไหนได้อะไรเป็นพิเศษมากกว่าอีกประเทศอื่น</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ข่าว ลีลีญา อุปพงค์ nbt</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/2026082672037495ca35d33edb9b7357e950ffa2152420.jpg' type='image/jpg' length='60577' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เลี้ยงอาหารกลางวันเอกอัครราชทูตต่างประเทศและหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศสตรีประจำประเทศไทย พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/535723</link>
<guid isPermaLink="false">a86007864ae0db7bc6b1c48b40ac3e69</guid>
<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 15:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/20260826d0cccf4241bcdde6bde521e2a6874c29152215.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นายกฯ เลี้ยงอาหารกลางวันเอกอัครราชทูตต่างประเทศและหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศสตรีประจำประเทศไทย พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เอกอัครราชทูตต่างประเทศและหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศสตรีประจำประเทศไทย เพื่อพบปะพูดคุยและกระชับความสัมพันธ์ โดยเฉพาะเอกอัครราชทูตบางประเทศที่กำลังจะสิ้นสุดวาระการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศตลอดการรับประทานอาหารกลางวันเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง นายกรัฐมนตรีและคณะทูตได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลากหลายเรื่อง ทั้งประสบการณ์การทำงานในประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนานาประเทศ ตลอดจนเรื่องราวและความประทับใจที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย การพบปะครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตและหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด นอกเหนือจากการพบหารือในรูปแบบทางการ สะท้อนถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับประชาคมการทูตในประเทศไทย รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>สำหรับเอกอัครราชทูตที่กำลังจะสิ้นสุดวาระ การรับประทานอาหารกลางวันครั้งนี้ นับเป็นอีกโอกาสในการพบปะและส่งต่อมิตรภาพก่อนเดินทางกลับประเทศ หลังจากได้ร่วมทำงานและมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศของตนตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ มีเอกอัครราชทูตและหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศสตรีเข้าร่วมจำนวน 11 คน จากกัวเตมาลา แคนาดา อียิปต์ สิงคโปร์ ศรีลังกา โคลอมเบีย สหภาพยุโรป เคนยา นิวซีแลนด์ มองโกเลีย และผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ข่าว พนิตนาฏ ขวัญแสนสุข&nbsp; สวท.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/20260826d0cccf4241bcdde6bde521e2a6874c29152215.jpg' type='image/jpg' length='80889' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["ศุภมาส" ลุยเต็นท์รถมือสองกลางกรุง คุมฉลาก-ใบเสร็จ-สัญญา ชู 4 สิทธิเลิกสัญญา ดับฝันเต็นท์รถหัวหมอ "กรอไมล์ ปิดข้อมูลรถ"]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/533633</link>
<guid isPermaLink="false">6869bd8a3bedb8a79fb90d576f3c1a65</guid>
<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 15:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/202608200b6989d932ad8b15ec79f42522d6a961152514.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>&quot;ศุภมาส&quot; ลุยเต็นท์รถมือสองกลางกรุง คุมฉลาก-ใบเสร็จ-สัญญา ชู 4 สิทธิเลิกสัญญา ดับฝันเต็นท์รถหัวหมอ &quot;กรอไมล์ ปิดข้อมูลรถ&quot;</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วและรถยนต์ไฟฟ้าใช้แล้ว ย่านถนนรัชดาภิเษก-ท่าพระ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายศรัณย์ รักษ์เผ่า รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมลงพื้นที่ พร้อมบูรณาการกับผู้แทนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรมการขนส่งทางบก ผู้แทนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนสำนักงานเขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยรถมือสองคือทางเลือกของคนที่อยากมีรถ หรือมีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการประกอบอาชีพ แต่ยังไม่พร้อมจ่ายราคารถป้ายแดง ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่งที่กลุ่มผู้บริโภคจะถูกเอารัดเอาเปรียบจากการปิดบังข้อมูล หรือสัญญาไม่เป็นธรรม ดังนั้น นางสาวศุภมาส จึงกำหนดให้การกำกับดูแลธุรกิจนี้เป็นภารกิจเชิงรุกของ สคบ. และสั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจถึงหน้าร้าน พร้อมประสานกรมการปกครองตรวจใบอนุญาตค้าของเก่า และกรมการขนส่งทางบกตรวจสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ควบคู่กันไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>การตรวจครั้งนี้ตรวจ 3 เรื่อง คือ ฉลากที่แสดงไว้ที่ตัวรถ หลักฐานการรับเงิน และสัญญาขายรถยนต์ใช้แล้ว ซึ่งเป็นจุดที่ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบมากที่สุด โดยเรื่องที่ร้องเข้ามาที่ สคบ. มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ จ่ายเงินจองหรือเงินมัดจำไปแล้วขอคืนไม่ได้ แก้ไขเลขไมล์หรือที่เรียกกันติดปากว่ากรอไมล์ และข้อมูลรถไม่ตรงกับเล่มทะเบียนจนโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>เรื่องแรก ฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ให้รถยนต์ใช้แล้วและรถยนต์ไฟฟ้าใช้แล้วเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ถือเป็นครั้งแรกที่กฎหมายไทยควบคุมฉลากรถยนต์ไฟฟ้าใช้แล้วด้วย กำหนดให้แสดงข้อความ 18 รายการ เป็นภาษาไทย ตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ทั้งยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต เลขทะเบียน เลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ ระยะทางที่ใช้แล้ว ลำดับเจ้าของ ประวัติการประสบภัยทั้งชน ไฟไหม้ และน้ำท่วม ภาระผูกพัน เงื่อนไขการรับประกัน ชื่อที่อยู่ผู้ขาย และราคา รายการใดไม่มีต้องเขียนว่าไม่มี หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้าใช้แล้วต้องเพิ่มอีก 4 ข้อความ คือ ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ และเงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>เรื่องที่สอง หลักฐานการรับเงิน ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2550 ร้านต้องออกให้ผู้บริโภคทันทีที่รับเงิน ไม่ว่ารับบางส่วนหรือรับเต็มจำนวน โดยต้องมีชื่อที่อยู่ของร้านและของผู้ซื้อ รายละเอียดรถ ระยะทางที่ใช้แล้ว ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ จำนวนเงินที่รับ วันส่งมอบรถ วันส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียน และข้อความรับรองว่าหากโอนทะเบียนไม่ได้ ส่งมอบรถไม่ได้ หรือบอกเลิกสัญญาโดยไม่ใช่ความผิดของผู้ซื้อ ร้านต้องคืนเงิน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>เรื่องที่สาม สัญญาขายรถยนต์ใช้แล้ว ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2562 ต้องเป็นภาษาไทย ทำ 2 ฉบับที่ข้อความตรงกัน และส่งให้ผู้ซื้อทันทีที่เซ็นเสร็จ ต้องมีรายละเอียดรถ ราคาซื้อขาย เงินจอง เงินมัดจำ เงินดาวน์ วันและสถานที่ส่งมอบรถ การส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียน และประวัติการประสบภัยของรถถ้ามี ที่สำคัญที่สุด กฎหมายให้สิทธิผู้บริโภคบอกเลิกสัญญาได้ 4 กรณี คือ กรณีที่ 1 ร้านปรับราคารถสูงขึ้นจากที่ตกลงกันไว้ กรณีที่ 2 ไม่ส่งมอบรถภายในเวลาที่กำหนด กรณีที่ 3 ส่งมอบรถที่รายละเอียดไม่ตรงกับสัญญา รวมถึงระยะทางที่ใช้แล้วไม่ตรง และกรณีที่ 4 โอนทะเบียนเป็นชื่อผู้ซื้อไม่ได้ เมื่อบอกเลิกสัญญาแล้ว ร้านต้องคืนเงินและสิ่งที่รับไว้ทั้งหมดภายใน 15 วัน และห้ามเขียนสัญญาริบเงินผู้ซื้อ เว้นแต่ผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญาเอง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>สำหรับบทลงโทษ กรณีไม่มีฉลากหรือแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีไม่จัดทำหรือไม่ส่งมอบหลักฐานการรับเงินและสัญญา จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&quot;รถมือสองไม่ใช่ของถูก จ่ายกันทีเป็นหลักแสน บางคนเก็บเงินมาทั้งชีวิตเพื่อรถคันเดียว พอเจอของไม่ตรงปกขึ้นมา คนซื้อเจ็บหนัก ดิฉันจึงต้องมาดูด้วยตัวเองให้แน่ใจว่าทางเลือกนี้ปลอดภัยและเป็นธรรมจริง ติดฉลากให้ครบ ออกหลักฐานการรับเงินทุกครั้ง ทำสัญญาให้เป็นธรรม แค่ 3 อย่างนี้ ร้านก็ขายได้สบายใจ ลูกค้าก็ซื้อได้สบายใจ แต่ถ้าใครยังคิดจะกรอไมล์หรือปิดบังข้อมูลรถ ดิฉันบอกตรงนี้เลยว่า สคบ. เอาจริง และจะเดินไปตรวจถึงหน้าร้าน&quot; นางสาวศุภมาสกล่าว</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้สั่งการให้ สคบ. เดินหน้าตรวจร้านจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วและรถยนต์ไฟฟ้าใช้แล้วอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการให้ความรู้ผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคไปพร้อมกัน&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&quot;ดิฉันเชื่อว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ตั้งใจทำมาหากินอย่างตรงไปตรงมา และดิฉันขอขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนมาสะท้อน ฝากถึงพี่น้องประชาชน ก่อนซื้อรถมือสอง ขอดูใบอนุญาตค้าของเก่าและใบทะเบียนพาณิชย์ของร้าน อ่านฉลากบนตัวรถแล้วเทียบกับเล่มทะเบียนให้ตรงกัน โดยเฉพาะเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ และเลขไมล์ ขอลองขับทุกครั้ง อ่านสัญญาให้ครบทุกบรรทัดก่อนเซ็น และทุกครั้งที่จ่ายเงินต้องได้หลักฐานการรับเงินกลับมาทุกครั้ง คนซื้อจ่ายเงินก้อนใหญ่ เขาต้องได้ความจริงกลับไปทั้งคัน ไม่ใช่ได้แค่รถ หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด&quot; นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/202608200b6989d932ad8b15ec79f42522d6a961152514.jpg' type='image/jpg' length='70590' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มท.3 เผย น้ำท่วมน่านเริ่มลด บางจุดเตรียมเข้าสู่ขั้นฟื้นฟู พบหลายพื้นที่โคลนหนา 1 ฟุต บอก อพยพกลุ่มเปราะบาง-ปชช. 99% ย้ำ มั่นใจระบบ Cell Broadcast พร้อมทีมกู้ภัย-หน่วยงาน สแตนด์บายเตรียมรับมือมวลน้ำเหนือ จ่อเข้า สุโขทัย-แพร่-อุตรดิตถ์]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/533629</link>
<guid isPermaLink="false">16d94e756d092330dd56bf8cb2a8e9d7</guid>
<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 15:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/20260820af91d5dd3edb444be7cbe49f8ea059f8152048.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>มท.3 เผย น้ำท่วมน่านเริ่มลด บางจุดเตรียมเข้าสู่ขั้นฟื้นฟู พบหลายพื้นที่โคลนหนา 1 ฟุต บอก อพยพกลุ่มเปราะบาง-ปชช. 99% ย้ำ มั่นใจระบบ Cell Broadcast พร้อมทีมกู้ภัย-หน่วยงาน สแตนด์บายเตรียมรับมือมวลน้ำเหนือ จ่อเข้า สุโขทัย-แพร่-อุตรดิตถ์</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</b>กล่าวถึงสถานการน้ำที่มวลน้ำจะไหลไป อ.เวียงสา จ.น่าน มีการเตรียมรับมืออย่างไรว่า ตอนนี้มวลน้ำไหลลงไปที่อ.เวียงสาบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร ทำนา ซึ่งบ้านเรือนบริเวณโดยรอบอำเภอ ส่วนใหญ่เพิ่งถูกน้ำท่วมไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สถานการณ์ภาพรวมยังน่าเป็นห่วง ชาวบ้านส่วนใหญ่มีการเตรียมความพร้อมมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จัดเตรียมศูนย์พักพิง อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ในส่วนของตัวอำเภอเมือง ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว เพราะระดับน้ำลดลงไปมาก พร้อมย้ำว่าที่ไม่น่าเป็นห่วง เพราะมีการคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะมีปริมาณสูงกว่านี้ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์กลับไม่ได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่าน้ำจะไม่ได้เข้าไปที่ตัวเทศบาลเมืองน่าน เพราะมวลน้ำบางส่วน ไหลออกไปทางอ.ภูเพียง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ส่วนพื้นที่ไหนที่มีกลุ่มเปราะบางที่มีความน่าเป็นห่วงมากที่สุด นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า กลุ่มเปราะบางไม่ว่าจะเป็นในอำเภอเมืองหรือ อ.ภูเพียง ได้อพยพไป ร้อยละ 99 แล้ว เรียกได้ว่าอพยพออกมาทั้งหมด ซึ่งประชาชนให้ความร่วมมือในการไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ ซึ่งตอนนี้ศูนย์พักพิงของเทศบาลมีผู้อพยพอยู่100 เปอร์เซนต์เต็ม ส่วนการลงพื้นที่ของตนจะเห็นว่าพื้นที่อำเภอปัว มวลน้ำไหลเข้าสู่อำเภออย่างรวดเร็ว ทำให้มีประชาชนติดอยู่ในบ้านเรือน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>แต่เมื่อช่วง 05.00 น. ที่ผ่านมา น้ำที่อยู่ตามริมลำน้ำลงไปหมดแล้ว เหลือเพียงโคลนระดับหัวเข่า หรือประมาณ 1 ฟุต และยังพบว่ามีเด็กที่ตัวร้อนเนื่องจากตากฝน เมื่อสักครู่ตนได้ช่วยเหลือเด็กออกจากพื้นที่ 2-3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงผู้สูงอายุและผู้พิการด้วย และบางคนพบว่ามีบาดแผลติดเชื้อ ตอนนี้ได้ประสานกับนายอำเภอให้ระดมแพทย์แต่ละจุดเข้าช่วยเหลือ แต่มีอุปสรรคถนนขาดหลายสายต้องลำเลียงผู้ป่วยออกมาด้วยการเดินเท้า หลังจากนี้ จะเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ</p>

<p><img alt="" src="/file/get/file/20260820a2a23784546f6e8b141c470a2058a8ff152237.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ส่วนสถานการณ์มวลน้ำที่จะกำลังไหลเข้าสู่จังหวัดสุโขทัยมีความน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่าได้มีการส่งแจ้งเตือนผ่านระบบเซลล์Broadcast แล้ว และมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ พร้อมเตรียมพร้อมชุดเผชิญเหตุ จากจ.น่าน เตรียมเดินทางไปประจำที่จังหวัดสุโขทัย รวมถึง เจ็ตสกี พร้อมเรือท้องแบน รวมถึงทีมกู้ภัยที่มีความชำนาญ ในเรื่องของการฝ่ากระแสน้ำ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ถ้าถามว่าน่ากังวลมั้ย ย้ำว่า เราเฝ้าระวัง เตรียมพร้อมอย่างเต็มรูปแบบ สุโขทัย แพร่ อุตรดิตถ์ ตอนนี้ได้มีการนำเครื่องมือไปเตรียมพร้อมไว้แล้ว และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก็สั่งตรึงทั้ง กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมทางหลวง ใครที่มีเครื่องจักรตอนนี้ก็เทมาหมด แต่ถ้าพื้นที่ที่มีความต้องการเร่งด่วน ตนคิดว่าเป็นอำเภอปัวและท่าวังผา โดยอำเภอปัวประมาณ 4,000- 5,000 หลังคาเรือน อำเภอท่าวังผา ประมาณ 6,000 - 7,000 ครัวเรือน ในโซนดินโคลนถล่ม สูง 1 ฟุต และมีเศษต้นไม้</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายเจเศรษฐ์ ยังกล่าวว่า เพิ่งได้พูดคุยกับ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้สั่งระดมกำลังทหารทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือ ส่วนในพื้นที่ ไม่ขาดอะไร แต่มีอุปสรรคในเรื่องของการลำเลียง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ข่าว โศรดา เข็มเจริญ nbt</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/20260820af91d5dd3edb444be7cbe49f8ea059f8152048.jpg' type='image/jpg' length='83509' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“Cell broadcast” เสียงเตือนแห่งชีวิต]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/533626</link>
<guid isPermaLink="false">d8fef0474138dcf03cfccec39773f660</guid>
<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 15:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/202608209ed7f8e150c01f27cdb1a33102c4a637151851.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>&ldquo;Cell broadcast&rdquo; เสียงเตือนแห่งชีวิต</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย คนไทยมักคุ้นชินกับการเตือนภัยผ่านสัญญาณไซเรน เสียงตามสายของหมู่บ้าน หรือรออัปเดตจากโซเชียลมีเดียต่างๆ แต่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง ช่องทางแจ้งข่าวสารดังกล่าวอาจไม่ทันเวลา เพราะอาจเจออุปสรรคทั้งระยะทาง การเดินทาง และระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่อาจขัดข้อง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>เพื่อให้การแจ้งเตือนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและทันเวลา ล่าสุดประเทศไทยได้หันมาใช้เทคโนโลยี Cell Broadcast ที่ส่งข้อความเตือนภัยสู่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้โดยตรง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>จากเหตุน้ำท่วมใหญ่ที่ จ.น่าน ระบบ Cell Broadcast ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเร่งยกของขึ้นที่สูงและอพยพออกนอกพื้นที่เสี่ยง หรือเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่จังหวัดนนทบุรี ระบบ Cell Broadcast ก็ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนโดยรอบโรงเรียนให้ระมัดระวังตัวและหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงทันที</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ด้วยประสิทธิภาพของ Cell Broadcast ทำให้เทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือน &ldquo;สายด่วนรอดชีวิต&rdquo; ที่เจาะจง ทะลุทะลวง และทลายทุกอุปสรรคของการสื่อสารในยามวิกฤต</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>สำหรับ Cell Broadcast คือระบบการกระจายข่าวสารฉุกเฉิน ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในพื้นที่เป้าหมายพร้อมกันโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งข่าวสารจะครอบคลุมทุกสถานการณ์ ทั้งวิกฤตจากภัยธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม หรือแผ่นดินไหว</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นอกจากนี้ยังแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายและภัยสังคม ไม่ว่าจะเป็นเหตุกราดยิง ก๊าซรั่ว หรือสารเคมีระเบิด ระบบ Cell Broadcast ก็จะส่งคำสั่งปฏิบัติการ เช่น &ldquo;หลบในที่ปลอดภัย&rdquo; หรือ &ldquo;หลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่&rdquo; ให้แก่ประชาชนโดยรอบทันที เพื่อตัดโอกาสในการเกิดความสูญเสียซ้ำซ้อน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>กลไกการทำงานของ Cell Broadcast แตกต่างจากการส่งข้อความ SMS อย่างสิ้นเชิง โดย Cell Broadcast จะส่งข้อมูลจากเสาสัญญาณ (Cell Site) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทุกคน และจะส่งสัญญาณถึงทุกเครื่องภายในไม่กี่วินาทีพร้อมกัน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>แต่ในขณะที่ระบบ SMS จะส่งข้อความได้ทีละเบอร์ตามคิว และต้องดึงฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ทำให้เกิดความล่าช้าและไม่ครอบคลุม</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ด้วยโครงสร้างการส่งสัญญาณตรงจากเสาสัญญาณไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่อยู่ในพื้นที่ ทำให้ Cell Broadcast ไม่เกิดปัญหาสายหลุดหรือเครือข่ายล่ม (No Network Congestion) ข้อความฉุกเฉินจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอทันทีพร้อมเสียงเตือนพิเศษแบบสากล โดยที่ประชาชนไม่ต้องโหลดแอปพลิเคชันหรือลงทะเบียนใดๆ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ในสถานการณ์วิกฤต ข้อความที่ส่งจาก Cell Broadcast ไม่ใช่ข่าวสารทั่วไป แต่คือ &ldquo;คำสั่งปฏิบัติการเพื่อรอดชีวิต&rdquo; ดังนั้นประชาชนควรให้ความสำคัญและปฏิบัติตามคำสั่งทันที เพราะทุกวินาทีที่ล่วงเลยหมายถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งข้อความที่ถูกส่งมานั้นผ่านการกลั่นกรองและยืนยันจากหน่วยงานรับผิดชอบแล้ว</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>การนำระบบ Cell Broadcast มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ คือการเปลี่ยนผ่านจากสังคมที่ทำได้เพียง &ldquo;ตั้งรับและเยียวยา&rdquo; ไปสู่สังคมที่ &ldquo;รู้ไวและรอดชีวิต&rdquo;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><br />
แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้เทคโนโลยีนี้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ คือ &ldquo;การตอบสนองของประชาชน&rdquo; และถือเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่จะเปลี่ยนเสียงเตือนภัยบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ให้กลายเป็นเกราะป้องกันชีวิตของคนไทยทุกคนได้อย่างแท้จริง.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/202608209ed7f8e150c01f27cdb1a33102c4a637151851.jpg' type='image/jpg' length='115974' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พลพีร์ กำชับ จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์บัตรคนจนให้ทันสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/532758</link>
<guid isPermaLink="false">b339a94ebdab3c94968139f238dd38b0</guid>
<pubDate>Tue, 18 Aug 2026 15:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/202608188bb638cc62c94d7e9e96d29a343971bd151554.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>พลพีร์ กำชับ จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์บัตรคนจนให้ทันสิ้นเดือนสิงหาคมนี้</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><em><span style="background-color:#ffffe0;">พลพีร์ กำชับ จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์บัตรคนจนให้ทันสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมสั่ง กรมการปกครอง ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ช่วยรวบรวมข้อมูลข้อติดขัดช่วยประชาชนยื่นอุทธรณ์</span></em></p>

<p>นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการสำรวจผู้ตกหล่นที่เข้าเกณฑ์การรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ประชาชนที่ขอยื่นอุทธรณ์ สามารถมาใช้ที่ศูนย์บริการ one stop service ในแต่ละจังหวัดได้ ซึ่งขณะนี้พบว่า มีประชาชนบางส่วนตรวจสอบสิทธิ์ของตัวเองแล้วพบว่า ไม่ได้รับสิทธิ์ จึงไม่ขอเข้ามายื่นอุทธรณ์ เพราะรู้ตัวว่าในบางหัวข้อไม่เข้าข่าย หรือ ไม่รู้ว่าจะต้องไปยื่นอุทธรณ์ที่ไหน จึงได้สั่งการกรมการปกครอง และผู้นำท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ลงพื้นที่ไปหาประชาชนถึงบ้าน และหากติดปัญหาอุปสรรคในเงื่อนไขของยานพาหนะ ก็สามารถให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูว่าสภาพใช้ได้หรือไม่ รวมถึง ให้เก็บข้อมูลหลักฐาน เพื่อเป็นพยานให้กับประชาชนในการยื่นอุทธรณ์ ส่วนใครที่มีบัญชีม้า บ้านม้า หรือ มีรายได้เพิ่มเติม ก็จะประสานให้กระทรวงการคลัง หรือ กระทรวงพาณิชย์ เช็คเพิ่มเติม โดยได้เน้นย้ำให้กรมการปกครองลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ขณะที่ยอดการยื่นอุทธรณ์ไม่เคลื่อนไหว รวมถึง มีเสียงเรียกร้องว่า การเดินทางไปยังอำเภอยุ่งยาก กรณีนี้ผู้ใหญ่บ้านมีอำนาจมากแค่ไหน นายพลพีร์ กล่าวว่า ได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะควรจะบูรณาการในจังหวัด การที่ให้ประชาชนมาที่อำเภอที่เดียว บางพื้นที่ประชาชนต้องเดินทางไปกลับ 60 กิโลเมตร ซึ่งมีความลำบาก ดังนั้น นายอำเภอก็สามารถใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่ไปสำรวจได้เลย ซึ่งได้เน้นย้ำไปแล้ว และคิดว่า จะมีผู้เข้ายื่นอุทธรณ์เพิ่มขึ้น ก่อนที่จะหมดเขตในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ส่วนจะเร่งรัดเรื่องนี้อย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า ตอนนี้ตัวเองไปตรงไหน ก็เหมือนเป็นการประชาสัมพันธ์ ซึ่งสั่งการให้จังหวัดช่วยกันประชาสัมพันธ์ เพราะจะหมดเขตสิ้นเดือนสิงหาคมนี้แล้ว และจะต้องยื่นเอกสารให้ทัน 20 กันยายนนี้ ซึ่งทุกพื้นที่มีกำนันผู้ใหญ่บ้านในมืออยู่แล้ว ก็ให้ลงไปหาประชาชน เพราะรัฐบาลไม่ได้มีกรอบกำหนดจำนวนผู้จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ขอให้เป็นผู้ที่มีรายได้น้อยจริง&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ข่าว ภัทราพร มาละโส nbt</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/202608188bb638cc62c94d7e9e96d29a343971bd151554.jpg' type='image/jpg' length='137351' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ หารือ Canva ดัน Creative Economy ไทยสู่ตลาดโลก ชูพลังวัฒนธรรม–คนไทยมี Talent เชื่อมครีเอเตอร์–SMEs สร้างรายได้กลับประเทศ ]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/532754</link>
<guid isPermaLink="false">4dffc1ed4cb43692a214fa69060b74c0</guid>
<pubDate>Tue, 18 Aug 2026 15:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/20260818538a960ddf08130320ec81a2edf4f320151358.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นายกฯ หารือ Canva ดัน Creative Economy ไทยสู่ตลาดโลก ชูพลังวัฒนธรรม&ndash;คนไทยมี Talent เชื่อมครีเอเตอร์&ndash;SMEs สร้างรายได้กลับประเทศ</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><em><span style="background-color:#ffffe0;">นายกฯ หารือ Canva ดัน Creative Economy ไทยสู่ตลาดโลก ชูพลังวัฒนธรรม&ndash;คนไทยมี Talent เชื่อมครีเอเตอร์&ndash;SMEs สร้างรายได้กลับประเทศ ชวนตั้งนิติบุคคล&ndash;ดึง Talent ทำงานในไทย</span></em></p>

<p>วันนี้ (18 ส.ค. 69) เวลา 13.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ Canva บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกด้านการสื่อสารด้วยภาพ พร้อมหารือกับผู้บริหาร Canva ถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย เพื่อนำผลงานของคนไทยเข้าสู่ตลาดโลก</p>

<p>.</p>

<p>นายกฯ กล่าวว่า Creative Economy เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการผลักดัน เพราะไทยมีทั้งบุคลากรที่มีความสามารถ อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรมที่มีพลัง สามารถต่อยอดเป็นสินค้า บริหาร และทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าในตลาดโลกได้ โดยมองว่า Canva สามารถช่วยเปิดพื้นที่ให้การออกแบบและวัฒนธรรมไทยเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลก และเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นรายได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>.</p>

<p>ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการทำงานร่วมกับ Local Creators และ SMEs ไทย โดยส่งเสริมให้มีการนำงานออกแบบ องค์ประกอบทางวัฒนธรรม และผลงานของครีเอเตอร์ไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถนำไปใช้ และเปิดโอกาสให้ Thai Creators ได้รับค่าตอบแทนจากผลงานของตนเอง ทำให้รายได้จากตลาดโลกไหลกลับมาสู่ประเทศไทย ซึ่ง Canva ตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Canva Creators ชาวไทยจากประมาณ 190 คน เป็น 1,000 คนภายในปี 2571</p>

<p>.</p>

<p>ทั้งนี้ นายกฯ ได้ชวน Canva พิจารณาจดทะเบียนนิติบุคคลและขยายฐานธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้งนำบุคลากรที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาทำงานร่วมกับคนไทยให้เพิ่มขึ้นอีก เพื่อสร้างการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ในประเทศ พร้อมเชิญชวนให้ร่วมทำงานใกล้ชิดกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทั้งการลงทุนและโครงการพัฒนาทักษะและเชื่อมช่องว่างด้านบุคลากร เพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานและบุคลากรในภาค SMEs</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/20260818538a960ddf08130320ec81a2edf4f320151358.jpg' type='image/jpg' length='95332' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุ สภาพัฒน์ฯ รายงาน ครม.ว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างสรุปเงื่อนไขโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” คาดเงินสะพัด 5,000 ล้านบาท เชื่อ ดึงนักท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายขยับขึ้น]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/532752</link>
<guid isPermaLink="false">431745c2b9bca94c94651e3c76f3e4df</guid>
<pubDate>Tue, 18 Aug 2026 15:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/202608184cea5c9ac40257f9ef27fbea6e14ec04151228.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุ สภาพัฒน์ฯ รายงาน ครม.ว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างสรุปเงื่อนไขโครงการ &ldquo;ไทยเที่ยวไทยพลัส&rdquo; คาดเงินสะพัด 5,000 ล้านบาท เชื่อ ดึงนักท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายขยับขึ้น</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่องความคืบหน้าโครงการ &ldquo;ไทยเที่ยวไทยพลัส&rdquo; ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือใน ครม.&nbsp; แต่ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้รายงานในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ในที่ประชุม ครม.ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่าง การสรุปเงื่อนไขของการใช้เงิน ในโครงการดังกล่าว เพื่อให้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ตามที่ได้วางกรอบเอาไว้ โดยจะพิจารณาให้สมบูรณ์รอบด้าน ยืนยันว่า รับฟังความเห็นจากสมาคมโรงแรม ที่ต้องการให้การดำเนินการดังกล่าวได้ทัน ภายในเดือนกันยายนนี้ ทั้งนี้เรื่องของแผนการใช้เงิน รวมถึงระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp; ดังนั้น จะพยายามที่จะทำให้ทันภายในเดือนกันยายนนี้</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>สำหรับงบประมาณที่คาดว่า จะใช้ดำเนินโครงการนี้ ในเฟสแรกนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า อยู่ที่ 1,750 ล้านบาท หากโครงการประสบความสำเร็จจะพิจารณาในเฟสต่อไป เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp; ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ภายในประเทศ ด้านการท่องเที่ยวชะลอตัวลงบ้าง ในจำนวนนี้มีตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลดลง 2-3% แต่หลังจากวิกฤตสงครามพลังงานมีตัวเลขที่ขยับขึ้น&nbsp; โดยกระทรวงการท่องเที่ยวคาดการณ์ตัวเลขในภาพรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อยู่ที่กว่า33 ล้านคน&nbsp; และเชื่อว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปี ตัวเลขจะเพิ่มขึ้น รวมถึงจะมีการเปิดสายการบินใหม่ จากประเทศต่างๆ จึงคาดว่า จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพิ่มขึ้น</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส จะกระตุ้นเงินหมุนเวียนในประเทศได้มากน้อยแค่ไหน&nbsp; ซึ่งนายสุรศักดิ์ คาดว่า จะมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป&nbsp; โดยในภาคบริการท่องเที่ยว โรงแรมที่พักผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว จะได้รับการกระตุ้นอย่างทั่วถึง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ข่าว วรภัทร ภัททิยากุล nbt</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/202608184cea5c9ac40257f9ef27fbea6e14ec04151228.jpg' type='image/jpg' length='64320' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติงบประมาณ 433.5 ล้านบาท ให้กระทรวงมหาดไทย สร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย ยกระดับระบบการกระจายข้อมูลข่าวสารถึงประชาชน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเจ้าหน้าที่ ใน 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา]]></title>
<link>https://radiotrat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/615/iid/532749</link>
<guid isPermaLink="false">57384a6b598ccd3b2f578cbfb460824b</guid>
<pubDate>Tue, 18 Aug 2026 15:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="/file/get/file/20260818d160f9fd1c9434ad62cfd7f2cecee2b4151037.jpg" style="width: 100%; height: 100%; border-radius: 10px" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>ครม. อนุมัติงบประมาณ 433.5 ล้านบาท ให้กระทรวงมหาดไทย สร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย ยกระดับระบบการกระจายข้อมูลข่าวสารถึงประชาชน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเจ้าหน้าที่ ใน 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมในวันนี้ว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม&nbsp; โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณกว่า 433.5 ล้านบาท ให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังใน 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา&nbsp; โดยงบประมาณนี้ จะถูกนำไปสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย 1,669 แห่ง, สร้างหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน 143 แห่ง, และปรับปรุงระบบสื่อสารวิทยุแบบดิจิทัลให้ครอบคลุมพื้นที่ชายแดน&nbsp; โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ประชาชนมีพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน, ภาครัฐสามารถแจ้งเตือน รวมถึงส่งข้อมูลข่าวสารให้ปะชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น&nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นการคุ้มครองชีวิต และทรัพย์สิน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ด้วย</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ข่าว วรภัทร ภัททิยากุล nbt</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiotrat.prd.go.th/th/file/get/file/20260818d160f9fd1c9434ad62cfd7f2cecee2b4151037.jpg' type='image/jpg' length='78586' />
</item>
</channel>
</rss>
