นายกฯ บูรณาการทุกภาคส่วนพัฒนาพื้นที่ จ.ภูเก็ต รองรับการเติบโตการท่องเที่ยวทุกมิติ

 

นายกฯ บูรณาการทุกภาคส่วนพัฒนาพื้นที่ จ.ภูเก็ต รองรับการเติบโตการท่องเที่ยวทุกมิติ
บทสรุป
(9 ม.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการการแก้ปัญหาพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวของจังหวัดและแนวทางการแก้ปัญหาด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมถึงผลักดันภูเก็ตเป็น Premium Destination และรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ (Big Event) จากรายงานรายได้ของจังหวัดภูเก็ตเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2567 มีมูลค่ากว่า 481,377 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ของภาคใต้มีนักท่องเที่ยวเดินทางกว่า 12 ล้านคน มีท่าเรือน้ำลึกเพื่อรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ระดับโลก แต่จังหวัดภูเก็ตยังมีปัญหาอีกหลายด้านที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อส่งเสริมศักยภาพในการเติบโตรองรับการท่องเที่ยว เช่น ปัญหาจราจร ปัญหาภัยพิบัติ ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง (น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคไม่เพียงพอ) ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการให้เร่งแก้ไขโดยเร็ว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดงาน Thailand International Boat Show A Luxury Lifestyle Event 2025 ครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่าง 9 - 12 มกราคม 2568 ณ ภูเก็ต ยอร์ช เฮเว่น มารีน่า จังหวัดภูเก็ต เพื่อตอกย้ำภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวลักซ์ชัวรี และซอฟต์พาวเวอร์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมทางทะเลไทย ขณะที่ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต เล็งพัฒนาต่อเนื่องในแนวทางจัดทำโครงการพัฒนาศูนย์กลางการขนถ่ายปลาทูน่าในเอเชีย (Tuna Hub) เพื่อครัวไทยสู่ครัวโลก ที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตและสร้าง Fish Market อย่างครบวงจร เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมประมงไทย

รายละเอียด
(9 มกราคม 2568) เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการการแก้ปัญหาพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว พร้อมรับฟังภาพรวมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตและแนวทางการแก้ปัญหาด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมถึงผลักดันภูเก็ตเป็น Premium Destination และรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ (Big Event) โดยมีนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุม โดยนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวรายงานสรุปว่า
• รายได้ส่วนใหญ่ของจังหวัดภูเก็ตมาจากภาคการท่องเที่ยวและบริการ ร้อยละ 92.9 รายได้จากการท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2567 มีมูลค่ากว่า 481,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2566 ร้อยละ 24 เป็นอันดับ 1 ของภาคใต้
• มีนักท่องเที่ยว ในปี พ.ศ. 2567 จำนวน 12,898,898 คน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2566 ร้อยละ 14.14 มีเที่ยวบินตรงจากประเทศต่าง ๆ 21 ประเทศ รวมกว่า 53 เมือง ปัจจุบันมีเที่ยวบินเฉลี่ยสัปดาห์ละกว่า 2,572 เที่ยว หรือ 368 เที่ยวบินต่อวัน
• มีท่าเรือน้ำลึกเพื่อรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ขาเข้า – ขาออก เฉลี่ย 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ รวมถึงท่าเรือมารีน่ารองรับเรือยอร์ชที่ทันสมัยในระดับโลกถึง 5 แห่ง มีเที่ยวเรือขาเข้า – ขาออก เฉลี่ย สัปดาห์ละ 13 ลำ
ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ตนำเสนอประเด็นการพัฒนาพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน 6 ประเด็น ได้แก่
1. การจัดการจราจร ขอเร่งรัดและขอรับการสนับสนุน ดังนี้
(1) โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่อยู่ระหว่างดำเนินการของกระทรวงคมนาคม 4 โครงการ ได้แก่ 1) อุโมงค์กะทู้ - ป่าตอง ดำเนินการโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 2) ทางพิเศษ เมืองใหม่ – เกาะแก้ว - กะทู้ ดำเนินการโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 3) การขยายช่องจราจร ทางหลวง 4027 (พารา-เมืองใหม่) ดำเนินการโดยกรมทางหลวง และ 4) การก่อสร้างทางยกระดับเมืองใหม่ – สามแยกเข้าสนามบินภูเก็ต ดำเนินการโดยกรมทางหลวง
(2) โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่ดำเนินการโดยจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ 1) สามตระกูลภูเก็ต (เอกวานิช กุลวานิช และศักดิ์ศรีทวี) บริจาคที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ เส้น ภก. 3030 - อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ความยาว 6 กิโลเมตร กว้าง 12 เมตร 2) การปรับปรุงถนนสายรองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัด 18 สายทาง 3) การปรับปรุงถนนสายรอง อ้อมหลังวัดท่าเรือไปเชิงทะเล (ทางหลวง 4025 – ภก. 3030) ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง
(3) โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรของจังหวัดภูเก็ตด้วยระบบไฟจราจร AI ดำเนินการโดยแขวงทางหลวงภูเก็ต
(4) ระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้ารางเบา
2. การจัดการน้ำ ได้แก่ 1) น้ำดี (น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค) การให้บริการประชาชน ติดลบ 0.5 คิว/ปี ซึ่งหากไม่มีโครงการบริหารจัดการความจุของอ่างเก็บน้ำให้ดีอาจส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต อันเนื่องมาจากการขยายตัวของเมืองและการเพิ่มขึ้นของประชากรในพื้นที่ 2) น้ำเสีย ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีศักยภาพในการบำบัดน้ำเสีย 85,862 คิว/วัน ซึ่งยังไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด โดยจังหวัดได้ร่วมกับ China Water Environment Group ประเทศจีน ในการศึกษาสำรวจและออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย 10 แห่ง
3. การจัดการขยะ จังหวัดภูเก็ตมีปริมาณขยะโดยเฉลี่ย 1,100 ตันต่อวัน ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตกำลังก่อสร้าง เตาเผาตัวที่สองที่จะกำจัดขยะได้ 500 ตันต่อวัน เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ด้วยเหตุนี้จังหวัดจำเป็นต้องมีศูนย์กำจัดขยะแห่งใหม่ (แห่งที่สอง) ที่จะดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ที่บริเวณสวนป่าบางขนุน อำเภอถลางต่อไป
4. การจัดการภัยพิบัติ 1) น้ำท่วม จังหวัดภูเก็ตขอรับการสนับสนุนโดยใช้งบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อจัดทำโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม คลองท่าเรือ - เกาะแก้ว และคลองนาลึก ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง งบประมาณ 263,600,000 บาท ดำเนินการโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่ง และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน 2) ดินถล่มจังหวัดภูเก็ต ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงการเกิดดินถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตามการศึกษาพื้นที่เสี่ยงของกรมทรัพยากรธรณี โดยเฉพาะในพื้นที่กะรน และพื้นที่กมลา
5. ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ตขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการดำเนินโครงการสร้าง ความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วยระบบกล้องวงจรปิด และการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ผ่านอาสาสมัครต่าง ๆ
6. การรักษาสุขภาพ จังหวัดภูเก็ตขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์มะเร็ง - รังสีรักษา โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่
ผลักดัน จ.ภูเก็ต “พรีเมียมการท่องเที่ยว”
นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการส่วนราชการในจังหวัดภูเก็ตและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวว่า ลงพื้นที่มาติดตามงาน ซึ่งอย่างที่เห็นปีที่แล้วมีนักท่องตัวเลขใกล้กลับเข้ามาเหมือนเดิมก่อนช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 แล้ว ถือว่ามีการปรับตัวที่ดีนักท่องเที่ยวประมาณเกือบ 1/4 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดมาจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอยากจะให้เน้นเรื่อง “พรีเมียมท่องเที่ยว” รวมทั้งอยากให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น เพราะอยากจะสนับสนุนชาวบ้านที่ทำมาค้าขายตรงนี้ให้เต็มที่ และแนวทางในการทำ “โบ้ทแท็กซี่” (Boat Taxi) ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมทั้งการท่องเที่ยวและการเดินทางในทุกท่าเรือของจังหวัดภูเก็ต หากเอกชนเข้ามาช่วยอย่างเต็มที่รัฐบาลพร้อมสนับสนุน
• ด้านการเดินทางในพื้นที่ภูเก็ต ถนนหลักสาย 402 เมื่อมีปริมาณคนใช้มากขึ้น จึงสั่งการว่าการก่อสร้างที่ได้รับงบประมาณแล้วขอให้เร่งให้แล้วเสร็จเพราะจะช่วยประชาชนได้เป็นอย่างมาก
• ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรี ระบุว่า นโยบายเรื่อง Soft Power กำลังจะเน้นย้ำในเรื่องการจัดให้ประเทศไทยมีเทศกาลด้านการท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ในพื้นที่ภูเก็ต โดยตำรวจท่องเที่ยวอยากให้มีการจัดการประชุมแยกออกมาเพราะอยากให้มีการจัด (Reset) ระบบใหม่ ควรที่จะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม
• การปราบผู้มีอิทธิพล ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโฟกัสเรื่องนี้จริงจังเพราะไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงอยากเน้นย้ำให้ใช้กฎหมายอย่างจริงจังเด็ดขาด เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว
• การแก้ไขปัญหาเรื่องขยะ อยากให้พื้นที่จังหวัดจัดทำการรณรงค์ การคัดแยกขยะ
นายกฯ เปิดงาน Thailand International Boat Show A Luxury Lifestyle Event 2025
เวลา 11.45 น. ณ ท่าเทียบเรือ ภูเก็ต ยอร์ช ฮาเว่น จังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน Thailand International Boat Show A Luxury Lifestyle Event 2025 โดยย้ำว่า รัฐบาลได้สนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยว โดยงานดังกล่าวตอบโจทย์ให้กับนักท่องเที่ยวที่มีความลักซ์ชัวรี รวมถึงตอบสนองนักท่องเที่ยวที่มีไลฟ์สไตล์ได้เข้ามาใช้ชีวิตช่วงวันหยุดต่าง ๆ ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าจังหวัดภูเก็ตมีการท่องเที่ยวทางเรือ สำหรับงาน Thailand International Boat Show A Luxury Lifestyle Event 2025 ครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่าง 9 - 12 มกราคม 2568 คาดมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 6,000 คน จากทั่วโลก และคาดว่าสามารถสร้างรายได้มากกว่า 1 พันล้านบาทให้กับภาคการท่องเที่ยวทางทะเล
ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
เวลา 14.20 น. ณ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรีตรวจติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางก่อสร้างระหว่างปี 2546 - 2551 ในยุค
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้งบประมาณกว่า 600 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตไม่เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภค และปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง ปริมาณน้ำดิบที่จะนำมาใช้ในการผลิตน้ำประปาจากอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานมีปริมาณไม่เพียงพอที่จะรองรับการใช้น้ำของจังหวัดได้ จังหวัดจึงเล็งเห็นการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน โดยการขุดลอกตะกอนดินอ่างเก็บน้ำบางวาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักน้ำ ในระยะที่ 1 จะเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกัก 150,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งนายกรัฐมนตรีเร่งรัดให้ดำเนินการ ขอให้ยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้งไม่สามารถรอได้
ผุดโครงการพัฒนาศูนย์กลางการขนถ่ายปลาทูน่าในเอเชีย (Tuna Hub)
นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต พร้อมรับฟังแนวทางการปรับปรุง พัฒนา และแก้ไขปัญหาของชาวประมงและผู้ประกอบการในพื้นที่ ณ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยท่าเทียบเรือดังกล่าวมีศักยภาพในการขนถ่ายปลาทูน่าจากเรือประมงประเทศไต้หวัน ในช่วงปี 2555 - 2564 มีเรือประมงจากประเทศไต้หวันขึ้นขนถ่ายปลาทูน่าหลายชนิดรวมปริมาณ 11,926,777 กิโลกรัม
กระทรวงเกษตรฯ โดยองค์การสะพานปลา จึงมีแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต และยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมงและผู้ประกอบกิจการด้านประมงขึ้นอย่างยั่งยืน ได้จัดทำโครงการพัฒนาศูนย์กลางการขนถ่ายปลาทูน่าในเอเชีย (Tuna Hub) เพื่อครัวไทยสู่ครัวโลก ที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต และพัฒนาธุรกิจสินค้าประมงด้านการนำเข้าและส่งออกปลาทูน่าผ่านท่าเทียบเรือประมงนานาชาติภูเก็ต
นอกจากนี้ การขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์การสะพานปลา สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาภาคใต้ ปี 2566 - 2570 ของรัฐบาล ทั้งในเรื่อง P-Premium Services & Tourism (การท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำ) การยกระดับบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย และมีมูลค่าสูง และ A-Agro-based Industries and Organic Farming (อุตสาหกรรมการเกษตรและเกษตรอินทรีย์) การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
ในปี 2567 ข้อมูลจากองค์การสะพานปลา (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 67) มีปริมาณสัตว์น้ำผ่านท่า จำนวน 27,263,766.50 กิโลกรัม มูลค่า 1,635,321,970 บาท เรือเข้ามาขนถ่ายสินค้า จำนวน 25,292 เที่ยว รถยนต์เข้ามาบรรทุกขนถ่ายสินค้า จำนวน 21,401 เที่ยว

 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar