หน่วยงานภาครัฐ เร่งระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สายด่วน ปภ. 1784 เพิ่ม 60 คู่สาย ทำงานร่วมกับ สายด่วน 1111 รับแจ้งและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

 

หน่วยงานภาครัฐ เร่งระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สายด่วน ปภ. 1784 เพิ่ม 60 คู่สาย ทำงานร่วมกับ สายด่วน 1111 รับแจ้งและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังคงรุนแรง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขยายคู่สาย สายด่วน ปภ. 1784 เพิ่มอีก 60 คู่สาย เพื่อรองรับการแจ้งเหตุและการขอรับความช่วยเหลือในพื้นที่ โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน และประสานงานต่อไปยัง ศป.กฉ. ส่วนหน้า เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ขณะที่การช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเรือกรมประมงและรถของกรมชลประทาน นำน้ำและอาหารไปแจกจ่ายให้กับประชาชน รวมถึงอพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่น้ำท่วมสูง พร้อมเร่งแก้ปัญหาการแจกจ่ายอาหารแก่ผู้ประสบภัยที่ไม่เพียงพอด้วยการลำเลียงอาหารเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งตั้ง War Room รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ กระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายในจัดตั้ง War Room เร่งรับมือสถานการณ์อุทกภัย พร้อมขับเคลื่อน 4 มาตรการดูแลประชาชนในทุกพื้นที่ ได้แก่ การจัดส่งสิ่งของจำเป็นให้ศูนย์พักพิง การแก้ไขปัญหาสินค้าขาดแคลน การฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด และการจัดกิจกรรมธงฟ้าช่วยลดค่าครองชีพ กระทรวงสาธารณสุข ส่งทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์เคลื่อนที่เร็ว ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สนามบินหาดใหญ่ ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินหน้าดูแลกลุ่มเปราะบาง จัดตั้งศูนย์คัดแยกกลุ่มเปราะบางออกจากประชาชนทั่วไป 


(26 พ.ย. 68) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้หลายพื้นที่ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงได้ระดมสรรพกำลังและทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต จาก 8 ศูนย์ ปภ. เขต ทั่วประเทศ เข้าสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย สำหรับแผนการทำงานได้แบ่งพื้นที่ (Zoning) ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดย ปภ. ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบพื้นที่ฝั่งตะวันตกของคลองอู่ตะเภา และคลอง ร.1 ประกอบด้วย ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ ตำบลคลองหอยโข่ง ตำบลคลองหลา ตำบลทุ่งลาน อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา และบางส่วนของพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ 
นอกจากนี้ ปภ. ยังได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ในการรวบรวมข้อมูลรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านสายด่วน ปภ. 1784 โดย ปภ. ได้ขยายคู่สายเพิ่มอีก 60 คู่สาย เพื่อรองรับการแจ้งเหตุและการขอรับความช่วยเหลือในพื้นที่ โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยจะนำข้อมูลที่ได้มาคัดกรองและแบ่งเคสการช่วยเหลือ ทั้งกรณีเร่งด่วนวิกฤติ และกรณีติดค้าง โดยข้อมูลที่ได้นี้จะส่งไปยังที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า เพื่อเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน และประสานงานต่อไปยัง ศป.กฉ. ส่วนหน้า เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
1. การขอความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยโทรแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือได้ที่ 1784 และ 1111
2. ศป.กฉ. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเพื่อคัดกรองและแบ่ง “ระดับสี” ตามความรุนแรงของสถานการณ์ สีแดง : สถานการณ์รุนแรงและวิกฤต ต้องได้รับความช่วยเหลือด่วน สีเหลือง : ผู้ที่ยังอาศัยอยู่ภายในบ้าน แต่ขาดแคลนน้ำหรืออาหาร
3. ประสานข้อมูลไปยัง ศป.กฉ.ส่วนหน้า จังหวัดสงขลา เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยแบ่งตามเขตรับผิดชอบ ได้แก่
- เขต 1 : กรมพัฒนาที่ 4 และกองพันพัฒนาที่ 4
- เขต 2 : กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 (ร.5 พัน.1)
- เขต 3 : กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 (ป.5 พัน.5)
- เขต 4 : กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 42 (พัน.ร.มทบ.42)
4. ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือทันที โดยแบ่งเป็น 4 ด้านการบริหารจัดการ ได้แก่
- บริหารจัดการคน สำรวจพื้นที่ อพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย
- บริหารจัดการสิ่งของ ส่งมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชน
- บริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำให้ลดลง
- บริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร ชี้แจงข้อเท็จจริง สื่อสารสถานการณ์ต่อเนื่อง
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ศูนย์ฯ จะยังทำหน้าที่จัดการข้อมูลและสิ่งของในศูนย์อพยพแต่ละแห่งให้เป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพต่อไป
ขณะนี้หลายหน่วยงานได้เร่งจัดทำมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) นำเรือกรมประมงและรถของกรมชลประทาน นำน้ำและอาหารไปแจกจ่ายให้กับประชาชน รวมถึงอพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่น้ำท่วมสูง โดยได้จัดระเบียบในการปฏิบัติงานช่วยเหลือชีวิตประชาชนได้ตั้งศูนย์บัญชาการที่ห้างโลตัส หาดใหญ่ ซึ่งมีพร้อมทั้งอาหารและน้ำไว้สำหรับบริการประชาชน รวมถึงรับเรื่องร้องทุกข์ประชาชนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมสูง โดยนำเรือของกรมประมงและกรมชลประทานตระเวนอพยพประชาชนตามที่ได้รับเรื่องไว้ตามลำดับ จากนั้นจะนำมาส่งที่ห้างโลตัส และนำประชาชนไปส่งที่ศูนย์พักพิงโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ โดยรถสิบล้อของกรมชลประทาน ทั้งนี้ยอมรับว่าอาหารที่ลำเลียงเข้าไปด้านในไม่เพียงพอ แต่จะเร่งแก้ปัญหาด้วยการลำเลียงอาหารเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระดมสรรพกำลังเต็มรูปแบบ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ยังเข้าถึงได้ยาก พร้อมจัดส่งอาหาร น้ำดื่ม ยา และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานประสานข้อมูลสถานการณ์กันแบบเรียลไทม์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ภาคสนาม นอกจากนี้ ได้สั่งการด่วนให้ตั้ง War Room เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการกลาง ประสานทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. รวมถึงหน่วยปฏิบัติการภาคสนาม เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสนับสนุนภารกิจขนย้ายผู้ประสบภัย ส่งอาหารและน้ำดื่ม และรับ–ส่งผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง
 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายในจัดตั้ง War Room เป็นศูนย์ประสานกลางเพื่อติดตามสถานการณ์แบบรายชั่วโมง เชื่อมโยงข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรวบรวมข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือถูกส่งไปถึงประชาชนและผู้ประกอบการโดยเร็วที่สุด โดยดำเนินมาตรการเร่งด่วน 4 แนวทาง ได้แก่ 1) ประสานศูนย์พักพิงเพื่อจัดส่งวัตถุดิบอาหารและของใช้จำเป็นสำหรับการประกอบอาหารให้เพียงพอต่อจำนวนผู้พักพิง 2) ประสานผู้ประกอบการ ห้างโมเดิร์นเทรด และสมาคมไข่ไก่ เพื่อเติมสินค้าอุปโภค–บริโภคจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ที่มีความต้องการและพื้นที่ที่การขนส่งเข้าถึงยาก 3) เตรียมจัดถุงยังชีพในพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง เพื่อสนับสนุนทั้งประชาชน ครัวเรือนรายย่อย และผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตและทำธุรกิจได้เร็วที่สุด และ 4) เตรียมจัดงานธงฟ้าหลังน้ำลด โดยเน้นสินค้าจำเป็นในการทำความสะอาดบ้านเรือนและสถานประกอบการ รวมถึงสินค้าอุปโภค–บริโภคราคาประหยัด 
ด้านการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้เตรียมทีม Mini MERT (Mini Medical Emergency Response Team) จาก 11 เขตสุขภาพ (ยกเว้นเขตฯ 12) ไว้ 30 ทีม เป็นทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์เคลื่อนที่เร็ว ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สนามบินหาดใหญ่ มีกำหนดปฏิบัติภารกิจตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2568 ส่วนทีม MERT วชิระภูเก็ต พร้อมเรือ 2 ลำและอุปกรณ์ยังชีพ จะออกเดินทางไปปฏิบัติงานได้วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ทีม MCATT 6 ทีม จากโรงพยาบาลศรีธัญญา สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ และโรงพยาบาลสวนสราญรมย์สุราษฎร์ธานี ร่วมดูแลสุขภาพจิตประชาชน เบื้องต้นจะปฏิบัติงานที่ศูนย์พักพิงเทศบาลควนลัง ผู้พักพิงประมาณ 500 คน และศูนย์พักพิงบริษัทหาดทิพย์ ผู้พักพิงประมาณ 200 คน และสนับสนุนการจัดบริการของโรงพยาบาลสนาม ทั้งสนามบินหาดใหญ่และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ส่วนการสนับสนุนยา/เวชภัณฑ์ โดยเฉพาะถังออกซิเจน ได้จัดหาไว้ 255 ท่อ อยู่ระหว่างทยอยลำเลียงส่งให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ 
นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อุทกภัยภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้ ทีม พม. ใกล้คุณ ทุกจังหวัด ช่วยคัดแยกกลุ่มเปราะบาง เพื่อนำข้อมูลส่งต่อให้กับทีมแพทย์โรงพยาบาลช่วยเหลือต่อไป
ทางด้าน พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สั่งการ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ส่วนหน้า เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมเร่งลำเลียงอาหาร และสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด และสั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินงานร่วมกับจังหวัดสงขลา ปภ. ตำรวจ และหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด ทั่วถึงที่สุด และไม่ทอดทิ้งประชาชนในยามวิกฤต 
พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้มีการระดมเฮลิคอปเตอร์เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน สำรวจเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงการลำเลียงอาหารและน้ำดื่มทางอากาศไปยังจุดที่การเข้าถึงยาก โดยเน้นการช่วยเหลือใน 3 พื้นที่หลัก ได้แก่ เทศบาลนครหาดใหญ่ โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านหาดใหญ่) บริเวณท่าแซ รวมถึงแคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งได้รับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ แบบอากาศยาน 212 จากกองทัพภาคที่ 2 ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งลงพื้นที่นำกำลังพลและเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และยังร่วมกับศูนย์ช่วยเหลืออุทกภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดรถบัส 4 คัน อำนวยความสะดวกให้แก่ชาวนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียงที่อพยพอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่ และมีความประสงค์เดินทางกลับภูมิลำเนา 
ส่วน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้จัดมาตรการเร่งด่วน ผ่านมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
     1) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เสริมสภาพคล่องเกษตรกรในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.625%) วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท
     2) โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าลงทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2
     สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar