“ศุภจี” Kick Off “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” สร้างรายได้ รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 10,000 บาท

 

“ศุภจี” Kick Off “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” สร้างรายได้ รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 10,000 บาท

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ใช้ระบบแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงธุรกิจที่ผ่านการพัฒนาและคัดสรรมาตรฐานจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยผู้ที่สนใจซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ (Franchisee) จะได้รับสิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1. มาตรการร่วมจ่ายจากภาครัฐ (รัฐช่วยจ่าย 50%) ช่วยเหลือผู้สนใจที่จะมีอาชีพ โดยรัฐบาลจะร่วมอุดหนุนเงินทุนร่วมจ่าย ค่าแพ็กเกจแรกเข้าให้ครึ่งหนึ่งทันที สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับแพ็กเกจแฟรนไชส์ราคาไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นในการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน 2. การสนับสนุนทำเลค้าขายและยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ 6 เดือน โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ในการเปิดพื้นที่ทำเลศักยภาพในเครือโลตัส และแม็คโคร กว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยจะได้รับการยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ฟรีในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งสามารถลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี 3. การสนับสนุนแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และการค้ำประกันสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง เพื่อลดความกังวลด้านเงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการ กรณีเงินลงทุนไม่เพียงพอ โดยมีสถาบันการเงินชั้นนำพร้อมให้การสนับสนุนสินเชื่ออัตราพิเศษ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้การค้ำประกันสินเชื่อให้ประชาชนที่สนใจสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ผ่านเว็บไซต์ https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th ได้ตั้งแต่บัดนี้ โดยสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 

 

(13 ก.ค. 69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วม
นางศุภจี กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ สสว. และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งดูแลค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กับการสร้างรายได้ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการมีอาชีพหรือหารายได้เพิ่มเติม สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้นผ่านระบบแฟรนไชส์ ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากว่า 500 ราย และได้คัดเลือกแฟรนไชส์มาตรฐานที่มีมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 100,000 บาท 
เข้าร่วมโครงการกว่า 100 แบรนด์  
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สสว. ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ โดยช่วยเหลือผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท ในอัตรา 50% ของค่าแพ็กเกจ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย คาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการได้ประมาณ 10,000 ราย หรือ 10,000 ครอบครัว ทำให้ผู้ที่ต้องการมีอาชีพหรือมีรายได้เพิ่ม สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นคิดหรือพัฒนาธุรกิจใหม่ทั้งหมด ลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ และช่วยยกระดับผู้ประกอบการ SME ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของภาค SME จากปัจจุบันประมาณ 35% เป็น 40% ภายใน 4 ปี ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะช่วยผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากการสนับสนุนเงินอุดหนุนจาก สสว. แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังได้ประสานความร่วมมือกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่ยังมีเงินลงทุนไม่เพียงพอ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมการค้ำประกันสินเชื่อ ช่วยลดข้อจำกัดในการเริ่มต้นธุรกิจ และได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่ค้าขายในห้างโลตัสและแม็คโคร 
กว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ ให้ผู้เข้าร่วมโครงการใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้า ฟรีค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ รวมถึงได้รับความร่วมมือจากสมาคมตลาดสดไทย ซึ่งมีสมาชิกกว่า 100 ตลาด สนับสนุนพื้นที่ค้าขายเพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกอบการ และอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ คือ การเชื่อมโยงธุรกิจแฟรนไชส์เข้าสู่ระบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” และได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้ตั้งแต่เริ่มเปิดกิจการ
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อเข้าสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
1. การเลือกและติดต่อธุรกิจ ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ที่เว็บไซต์ https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th เพื่อติดต่อกับผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchisor) ได้โดยตรง 
2. การชำระเงินงวดแรก ชำระเงินส่วนแรกผ่านบริการ Bill Payment ของธนาคารกรุงไทย 
3. การจัดตั้งสาขาและรับเงินสนับสนุน เมื่อเริ่มจัดตั้งสาขาและส่งหลักฐานประกอบครบถ้วนตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแฟรนไชส์ซอร์มายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์จะต้องลงทะเบียน SME ONE ID ของ สสว. และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วย
คุณสมบัติแฟรนไชส์ซี (Franchisee) หรือ ผู้ซื้อสิทธิ
1. มีบัตรประชาชนสัญชาติไทย
2. อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันเริ่มโครงการ
3. มีความสามารถตามกฎหมาย
4. มีความพร้อมด้านเงินลงทุน
5. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
6. ไม่เป็นบุคคลที่ปรากฏรายชื่ออยู่ในบัญชี HR-03 (บัญชีม้า)
7. ไม่เป็นกรรมการในนิติบุคคลที่สนใจลงทุน
8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับธุรกิจแฟรนไชส์ที่สนใจลงทุน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ความพิเศษของโครงการในครั้งนี้ คือการเปิดมิติใหม่ในการสร้างอาชีพ นำระบบแฟรนไชส์ที่เจ้าของธุรกิจได้พิสูจน์แล้วจนประสบความสำเร็จมาเป็นพี่เลี้ยงในการประกอบธุรกิจ ขอเชิญชวนผู้สนใจรีบสมัครร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (เริ่มโครงการ 1 กรกฎาคม 2569) และสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อจะได้สมัครเป็นร้านค้าในโครงการ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับสิทธิประโยชน์ร่วมจ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ของรัฐบาล มาตรการดังกล่าวจะช่วยการันตียอดขายและสร้างฐานลูกค้าที่แน่นอนให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถดึงกำลังซื้อจากนโยบายภาครัฐมาขับเคลื่อนร้านค้าในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 
ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ เว็บไซต์ https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th หรือ Line OA @franchisedbdplus รวมทั้งสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร. 0 2547 5953, 0 2547 5955 และ Call Center 1570


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar