พม. ยกระดับศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน ด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ รวดเร็ว แม่นยำ ไร้ร้อยต่อ

พม. ยกระดับศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน ด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ รวดเร็ว แม่นยำ ไร้ร้อยต่อ

 

รูปภาพประกอบ

       นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินหน้ายกระดับศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) เพื่อให้เป็นที่พึ่งพิงที่เข้มแข็งและรวดเร็วที่สุดในการช่วยเหลือดูแลประชาชน โดยเฉพาะการพัฒนาระบบช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” ที่เผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของรัฐโดยยกระดับการดำเนินงานของ OSCC หรือที่ปัจจุบันชื่อ “ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน” หรือ ศรส. และสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างเต็มรูปแบบ ใน 4 มิติ ดังนี้ 1. การเพิ่มศักยภาพด่านหน้า “สายด่วน 1300” โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่อีก 27 อัตรา เพื่อเปิด 30 คู่สายเต็มในช่วงเวลาหนาแน่น ปรับปรุงระบบฝากข้อความ ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เชื่อมฐานข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนผู้โทรได้ทันที และขยายช่องทางการรับแจ้งเหตุผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อส่งต่อเคสกับหน่วยงานเครือข่าย อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข 2. นำเทคโนโลยี และ AI มาสนับสนุนเจ้าหน้าที่รับสายแบบเชิงรุก เพื่อตอบคำถามประชาชนได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น และใช้ระบบ Social Monitoring ตรวจจับปัญหาสังคมบนโลกออนไลน์ หากพบกรณีวิกฤตระดับสีแดงเข้ม จะมีการแจ้งเตือน และส่งตรงถึงผู้บริหารและหน่วยงานในพื้นที่ภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อส่งทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือเชิงรุก 3. ปรับโฉมภาพลักษณ์การช่วยเหลือในพื้นที่ระดับภูมิภาคของ ศรส.จังหวัด ภายใต้ชื่อ “ศรส. สร้างสุข” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย และเป็นมิตร ด้วยหน่วยเคลื่อนที่เร็ว 24 ชั่วโมง บูรณาการร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ ค้นหาและเข้าถึงกลุ่มเปราะบางในชุมชนอย่างตรงจุด 4. กลไกจัดการรายกรณี ประเมินความเสี่ยงทางสังคม เพื่อกำหนดกรอบเวลาการลงพื้นที่ที่ชัดเจน กรณีวิกฤตฉุกเฉินระดับสีแดงและสีแดงเข้ม เช่น เด็กถูกทำร้าย หรือถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว หน่วยเคลื่อนที่เร็วต้องเข้าช่วยเหลือทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมง และประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะความช่วยเหลือได้ด้วยตนเอง ผ่านระบบ E-Tracking โดยเพียงกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งเรื่อง 

    (20 ก.ค. 69) นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แถลงข่าวการยกระดับศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) เพื่อให้เป็นที่พึ่งพิงที่เข้มแข็งและรวดเร็วที่สุดในการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเพื่อพัฒนาการแก้ไขปัญหาให้กับ “กลุ่มเปราะบาง” ที่เผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของรัฐ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ประกาศนโยบาย 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” มีการขับเคลื่อน 1 นโยบายที่สำคัญ คือการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการให้บริการและช่วยเหลือดูแลประชาชน ในปี 2556 รัฐบาลได้ยกระดับปัญหาสังคมสำคัญ ได้แก่ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์ และการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ ให้เป็น “วาระแห่งชาติ” และได้บูรณาการ 5 หน่วยงานหลัก ระหว่างกระทรวง พม. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ชื่อ “OSCC” (One Stop Crisis Center) หรือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม พร้อมทั้งริเริ่มการใช้ระบบฐานข้อมูลกลาง การกำหนดข้อตกลงระดับการบริการ การควบคุมเวลาทำงานของเจ้าหน้าที่ และการเปิดให้ผู้บริหารติดตามสถานะเคสแบบ Real-time เป็นครั้งแรก
นายนิกร กล่าวว่า ในครั้งนี้ กระทรวง พม. ได้เดินหน้ายกระดับพัฒนางาน OSCC หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน” หรือ ศรส. และสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเดินหน้าพัฒนางานสำคัญใน 4 มิติ ดังนี้
มิติที่ 1 การเพิ่มศักยภาพด่านหน้า “สายด่วน 1300” โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ อีก 27 อัตรา เพื่อเปิด 30 คู่สายเต็มในช่วงเวลาหนาแน่น ปรับปรุงระบบฝากข้อความ ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ หากมีผู้ใช้บริการเต็มทุกคู่สาย เตรียมเชื่อมฐานข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนผู้โทรได้ทันที และขยายช่องทางการรับแจ้งเหตุผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อส่งต่อกรณีขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานเครือข่าย อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข   
มิติที่ 2 นำเทคโนโลยี และ AI มาสนับสนุนเจ้าหน้าที่รับสายแบบเชิงรุก เพื่อการตอบคำถามประชาชนได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น และใช้ระบบ Social Monitoring ตรวจจับปัญหาสังคมบนโลกออนไลน์ อาทิ Facebook, X, TikTok และเว็บไซต์ หากพบกรณีวิกฤตระดับสีแดงเข้ม จะมีการแจ้งเตือน และส่งตรงถึงผู้บริหารและหน่วยงานในพื้นที่ภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อส่งทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือเชิงรุก
มิติที่ 3 ปรับโฉมภาพลักษณ์การช่วยเหลือในพื้นที่ระดับภูมิภาค ของ ศรส.จังหวัด ภายใต้ชื่อ “ศรส. สร้างสุข” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย และเป็นมิตร ด้วยหน่วยเคลื่อนที่เร็ว 24 ชั่วโมง (Rapid Response Unit : RRU) บูรณาการร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ ค้นหาและเข้าถึงกลุ่มเปราะบางที่ซ่อนอยู่ในชุมชนอย่างตรงจุด
มิติที่ 4 กลไกจัดการรายกรณี (Case Management) โดยใช้กลไกประเมินความเสี่ยงทางสังคม เพื่อกำหนดกรอบเวลาการลงพื้นที่ที่ชัดเจน อาทิ กรณีวิกฤตฉุกเฉินระดับสีแดงและสีแดงเข้ม เช่น เด็กถูกทำร้าย หรือถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว หน่วยเคลื่อนที่เร็วต้องเข้าช่วยเหลือทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมง กรณีเร่งด่วนระดับสีเหลือง ต้องดำเนินการภายใน 48 ชั่วโมง กรณีทั่วไประดับสีเขียว ต้องดำเนินการภายใน 72 ชั่วโมง และที่สำคัญ คือ ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะความช่วยเหลือได้ด้วยตนเอง ผ่านระบบ E-Tracking เพียงกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งเรื่อง 
นายนิกร กล่าวย้ำว่า การพัฒนางานสำคัญทั้ง 4 มิติ เป็นการสืบสานเจตนารมณ์การทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อตามแนวคิด OSCC จากอดีต สู่ระบบการทำงานเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคดิจิทัล และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกระทรวง พม. ในการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมให้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ และเท่าเทียม เพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่มีใคร หรือกลุ่มเปราะบางคนใด ถูกทอดทิ้งหรือตกหล่นจากการช่วยเหลือของกระทรวง พม. อย่างแน่นอน


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar