“คลัง” เปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ใช้ข้อมูลยอดขายจริง ช่วยผู้ค้ารายย่อย SMEs เข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น

       “คลัง” เปิดตัว “สินเชื่อ AI
นกกระซิบ” ใช้ข้อมูลยอดขายจริง
ช่วยผู้ค้ารายย่อย SMEs เข้าถึง
สินเชื่อง่ายขึ้น

 

รูปภาพประกอบ

       นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดตัวโครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” เพื่อช่วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยนำข้อมูลยอดขายจริงจากการดำเนินธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ช่วยลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการที่มีรายได้ ลูกค้า และยอดขายจริง แต่ยังขาดเอกสารหรือข้อมูลทางการเงินที่สถาบันการเงินใช้พิจารณา โดย AI “นกกระซิบ” เป็นบริการภายในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งสามารถวิเคราะห์ยอดขาย แนวโน้มรายได้ ช่วยวางแผนธุรกิจ เปรียบเทียบผลประกอบการกับร้านค้าใกล้เคียงหรือร้านค้าประเภทเดียวกัน รวมถึงวิเคราะห์ยอดขายจากโครงการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทย พลัส โดยข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้ ด้านธนาคารกรุงไทยจัดทำ “สินเชื่อนกกระซิบเพื่อร้านค้าถุงเงิน” ประกอบด้วย สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 3.5 ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก และสินเชื่อสิบหมื่น วงเงินสูงสุด 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 11 ต่อปี ผ่อนเริ่มต้น 500 บาทต่อเดือน โดยทั้ง 2 โครงการไม่คิดค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ ทางด้านธนาคารออมสินจัดทำสินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” วงเงินสูงสุด 50,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน ใช้ข้อมูลยอดขาย ประวัติรับชำระผ่าน QR และข้อมูลเชิงพฤติกรรมประกอบการพิจารณา ไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่คิดค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ ขณะเดียวกัน บสย. สนับสนุนผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัสและเครดิตพลัส สำหรับพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ที่ขาดหลักประกันหรือผู้ค้ำประกัน วงเงินค้ำประกันตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาท ตามประเภทโครงการ ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นร้อยละ 1 ต่อปี พร้อมยกเว้นค่าดำเนินการและค่าธรรมเนียมออกหนังสือค้ำประกันนอกจากนี้ ธ.ก.ส. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ยังร่วมจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อภายใต้โครงการ เพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่อง และการขยายกิจการ โดยโครงการนี้จึงเป็นการต่อยอด AI จากเครื่องมือวิเคราะห์และวางแผนธุรกิจ ไปสู่การใช้ข้อมูลยอดขายจริงเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่อง เงินทุนหมุนเวียน โอกาสขยายกิจการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะต่อไป


    กระทรวงการคลังเปิดตัวโครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” เพื่อช่วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยนำข้อมูลยอดขายที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการที่มีรายได้และยอดขายจริง แต่ยังขาดเอกสารหรือข้อมูลทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ
    (10 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมเปิดตัวโครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ณ กระทรวงการคลัง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น และนำข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินธุรกิจมาใช้สะท้อนศักยภาพของกิจการ
    นายเอกนิติ กล่าวว่า ที่ผ่านมา มาตรการไทยช่วยไทย พลัส มีส่วนช่วยประคับประคองกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ได้เป็นอย่างดี แต่การช่วยให้ผู้ประกอบการขายได้ดีขึ้นในวันนี้ยังไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องการช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในวันข้างหน้าด้วย โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ คือ AI “นกกระซิบ” ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้ว 3 เดือน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลของตนเองมาใช้บริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการวิเคราะห์ยอดขาย ดูแนวโน้มรายได้ วางแผนธุรกิจ และเปรียบเทียบผลประกอบการกับร้านค้าใกล้เคียงหรือร้านค้าประเภทเดียวกัน โดยก้าวต่อไปของ AI “นกกระซิบ” คือการนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้แก้ไขปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการจำนวนมากเผชิญอยู่ คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายมีรายได้จริง มีลูกค้าจริง และมียอดขายจริง แต่ยังมีข้อจำกัดในการจัดทำเอกสารหรือแสดงข้อมูลทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินสามารถนำไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้ ส่งผลให้แม้ธุรกิจจะมีศักยภาพ แต่ข้อมูลที่สามารถใช้พิสูจน์ศักยภาพดังกล่าวยังไม่เพียงพอ ดังนั้น โครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” จึงเข้ามาช่วยลดช่องว่างดังกล่าว โดยนำรายงานยอดขายที่เกิดขึ้นจริงจากการประกอบธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการ เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อมีความสะดวกมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ
    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ศึกษาความต้องการและข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs และประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อพัฒนาโครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ขึ้น โดย AI “นกกระซิบ” เป็นบริการภายในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายของผู้ประกอบการ รวมถึงยอดขายจากโครงการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทย พลัส และคนละครึ่ง พลัส เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อตรวจสอบยอดขาย วิเคราะห์แนวโน้ม วางแผนธุรกิจ และเปรียบเทียบกับร้านค้าอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงหรือร้านค้าประเภทเดียวกัน เมื่อมีข้อมูลธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ผู้ประกอบการก็สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้ โดยสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อและการค้ำประกันภายใต้โครงการ ประกอบด้วย
    1. “สินเชื่อนกกระซิบเพื่อร้านค้าถุงเงิน” ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 
    ธนาคารกรุงไทยได้จัดทำสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก การบริการ และร้านค้าออนไลน์ ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ 1) สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก สำหรับร้านค้าที่ใช้ AI “นกกระซิบ” บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” วงเงินสินเชื่อสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ร้อยละ 3.5 ต่อปี คงที่ใน 2 ปีแรก และ 2) สินเชื่อสิบหมื่น เพื่อเป็นเงินก้อนสำหรับพ่อค้าแม่ค้าถุงเงิน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 500,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ร้อยละ 11 ต่อปี และผ่อนเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน โดยทั้ง 2 โครงการไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ
    2. สินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” ของธนาคารออมสิน 
    โดยธนาคารออมสิน ได้จัดทำสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้บริการแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยนำข้อมูลยอดขายและประวัติการรับชำระเงินผ่าน QR มาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลเชิงพฤติกรรมและระบบประเมินเครดิตของธนาคาร เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยอนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุด 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน ไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ
    3. โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส และโครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส ของ บสย. 
    บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ร่วมสนับสนุนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ที่ขาดหลักประกันหรือผู้ค้ำประกันให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1) โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส และ 2) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส โดยมีวงเงินค้ำประกันต่อรายเริ่มต้นตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาท ตามประเภทของโครงการ ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเริ่มต้นที่ร้อยละ 1 ต่อปี โดยคิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง พร้อมยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันและยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและต้นทุนในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการ
    นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ยังร่วมจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อภายใต้โครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” เพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่อง และการขยายกิจการของผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่ม ดังนั้น โครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” จึงเป็นการต่อยอดการใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลยอดขายจริงของผู้ประกอบการ จากเดิมที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนธุรกิจ ไปสู่การใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ที่มีศักยภาพแต่มีข้อจำกัดด้านเอกสารทางการเงิน สามารถใช้ข้อมูลจากการประกอบธุรกิจจริงมาสนับสนุนการยื่นขอสินเชื่อ เพิ่มสภาพคล่อง เงินทุนหมุนเวียน และโอกาสในการขยายกิจการ ตลอดจนช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการไทยในระยะต่อไป


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar