ครม. อนุมัติมาตรการพยุงราคาข้าวนาปี–ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดูแลรายได้เกษตรกร

ครม. อนุมัติมาตรการพยุงราคา
ข้าวนาปี–ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ดูแลรายได้เกษตรกร

 

รูปภาพประกอบ

       คณะรัฐมนตรีรับทราบและอนุมัติมาตรการดูแลสินค้าเกษตรสำคัญ ทั้งข้าวเปลือกและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2569/70 โดยใช้กลไกการเก็บสต็อก การดูดซับผลผลิต สินเชื่อเพื่อชะลอการขายและรวบรวมผลผลิต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านราคา เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรไม่ต้องเร่งขายผลผลิตในช่วงราคาต่ำ และสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกร โดยได้รับทราบมาตรการภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงิน 564 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2570 หรือ “ข้าวประณีต ระยะที่ 2” วงเงิน 84 ล้านบาท และอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2569/70 จำนวน 2 โครงการ ภายใต้กรอบวงเงินรวม 56,584.64 ล้านบาท ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70 นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้รับทราบและอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 รวม 4 โครงการ วงเงินรวม 120.30 ล้านบาท ได้แก่ โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2569/70 โครงการดูดซับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2569/70 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 เพื่อช่วยบริหารจัดการผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคา สนับสนุนสภาพคล่อง ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้เกษตรกร 

(20 ต.ค. 69) คณะรัฐมนตรีรับทราบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2569/70 และมาตรการระยะยาวเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต ภายใต้กรอบแนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) จำนวน 2 โครงการ ภายในกรอบวงเงิน 648 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ได้แก่
1. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 564 ล้านบาท มีเป้าหมายสนับสนุนผู้ประกอบการค้าข้าวให้สามารถเก็บสต็อกและชะลอการระบายข้าวออกสู่ตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ช่วยลดแรงกดดันต่อราคาและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกให้เหมาะสมกับภาวะตลาด
2. โครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2570 หรือ “ข้าวประณีต ระยะที่ 2” วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 84 ล้านบาท มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตข้าวคุณภาพสูง ยกระดับมาตรฐานและมูลค่าสินค้า เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ที่สูงขึ้น ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวไทยให้สามารถแข่งขันในเศรษฐกิจอนาคตได้อย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการ มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2569/70 จำนวน 2 โครงการ ภายในกรอบวงเงินรวม 56,584.64 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของหน่วยงานไปประกอบการดำเนินงานต่อไป 
สำหรับมาตรการที่ได้รับอนุมัติในหลักการประกอบด้วย 
1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 วงเงิน 40,928.39 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตัน กำหนดวงเงินสินเชื่อตามประเภทข้าว ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 13,000 บาทต่อตัน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 11,500 บาทต่อตัน ข้าวเจ้า 6,500 บาทต่อตัน ข้าวปทุมธานี 8,500 บาทต่อตัน และข้าวเหนียว 9,500 บาทต่อตัน พร้อมสนับสนุนค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวตามเงื่อนไขโครงการ โดยรัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วม เป็นการใช้กลไกสินเชื่อเพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการเก็บข้าวไว้และชะลอการขายในช่วงที่ราคาตลาดยังไม่เหมาะสม ลดความจำเป็นในการเร่งขายผลผลิตทันทีหลังเก็บเกี่ยว และช่วยกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างเหมาะสม 
 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม 15,656.25 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรรวบรวมข้าวเปลือกเป้าหมาย 1.5 ล้านตัน สำหรับจำหน่ายหรือแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยสถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี และรัฐบาลชดเชยอีก 3.50% ต่อปี ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเสริมอำนาจต่อรองในการจำหน่ายผลผลิต เพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่สถาบันเกษตรกรในการรวบรวม รับซื้อ แปรรูป และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าว ช่วยเพิ่มบทบาทของสหกรณ์และสถาบันเกษตรกรในการบริหารจัดการผลผลิต และเพิ่มอำนาจต่อรองให้แก่เกษตรกร
สำหรับโครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 ซึ่งเสนอขอใช้งบประมาณจ่ายขาดจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 1,680 ล้านบาท นั้น เป็นการประมาณการกรอบวงเงินตามเป้าหมายการรับซื้อข้าวเปลือก ขณะที่ยังไม่มีภาระค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนเพียงพอสำหรับประกอบการพิจารณาความเหมาะสมของวงเงินงบกลาง ดังนั้น สำนักงบประมาณจึงเห็นควรให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนและกำหนดเป้าหมายของโครงการดูดซับข้าวเปลือกให้สอดคล้องกับความจำเป็นและสถานการณ์จริง พร้อมนำผลการดำเนินโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 มาประกอบการพิจารณา ก่อนเสนอขอใช้จ่ายจาก กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรมีเงินสดคงเหลือปลอดภาระผูกพัน รวมกับงบประมาณที่ได้รับตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมทั้งสิ้น 2,655.5036 ล้านบาท โดยการพิจารณาใช้เงินกองทุนต้องคำนึงถึงความสามารถในการใช้จ่ายและการก่อหนี้ผูกพันของกองทุนประกอบกันด้วย
ทั้งนี้ มาตรการด้านข้าวทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายข้าวเปลือกได้ในราคาที่เหมาะสมกับต้นทุนการผลิต ลดความเสี่ยงจากการที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ป้องกันไม่ให้ราคาข้าวตกต่ำ และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้านการสร้างรายได้ในภาคเกษตร โดยมาตรการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 และนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบการดำเนินการตามนัยมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกรแล้ว
อีกทั้ง คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบและอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือ นบขพ. เสนอ รวม 4 โครงการ ภายในกรอบวงเงินรวม 120.30 ล้านบาท เพื่อช่วยบริหารจัดการผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคา สนับสนุนสภาพคล่อง และยกระดับประสิทธิภาพการผลิต โดยคณะรัฐมนตรีได้รับทราบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 ซึ่งใช้งบกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน 2 โครงการ โดยมีวงเงินงบประมาณจ่ายขาดรวมทั้งสิ้น 71.50 ล้านบาท ดังนี้
1. โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2569/70 วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 20 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และผู้ใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลา 60–120 วัน ตั้งเป้าดูดซับผลผลิตออกจากตลาดชั่วคราว 200,000 ตัน พร้อมชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เพื่อลดแรงกดดันต่อราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงผลผลิตกระจุกตัว โดยไม่แทรกแซงกลไกตลาดโดยตรง 
2. โครงการดูดซับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 51.50 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตจากพื้นที่ที่มีปริมาณข้าวโพดออกสู่ตลาดจำนวนมาก และกระจายไปยังผู้ใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ผ่านกลไกองค์การคลังสินค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อช่วยลดปัญหาผลผลิตกระจุกตัวในแหล่งผลิตและเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้แก่เกษตรกร
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 ซึ่งใช้วงเงินงบประมาณตามมาตรา 27 และ 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 จำนวน 2 โครงการ โดยมีวงเงินงบประมาณจ่ายขาดรวมทั้งสิ้น 48.80 ล้านบาท ดังนี้
1. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2569/70 วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 35 ล้านบาท ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมีวงเงินสินเชื่อรวม 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้ารวบรวมผลผลิต 100,000 ตัน เพื่อให้สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับรับซื้อ รวบรวม และแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 4.50 ต่อปี ซึ่งรัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 3.50 ต่อปี และสถาบันเกษตรกรรับภาระเพียงร้อยละ 1 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน
2. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 13.80 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรเป้าหมาย 1,000 ราย วงเงินสินเชื่อรวม 230 ล้านบาท หรือรายละไม่เกิน 230,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 5 ปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 24 เดือน เพื่อให้เกษตรกรนำเงินทุนไปพัฒนากระบวนการผลิต เลือกใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ยกระดับคุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร 
ในส่วนของมาตรการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้ง 4 โครงการได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการ นโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีวัตถุประสงค์และแนวทางดำเนินงานในลักษณะเดียวกับปีการผลิต 2568/69 และใช้แหล่งเงินเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ โครงการสินเชื่อทั้ง 2 โครงการ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุมัติตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 หลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดให้มาตรการหรือโครงการตามมาตรา 28 ต้องไม่เป็นการมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐจ่ายเงินอุดหนุน ช่วยเหลือ ชดเชย หรือประกันราคาสินค้าเกษตรแก่เกษตรกรโดยตรง ตามนัยมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 รวมถึงต้องไม่ดำเนินการในลักษณะเดียวกันเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการหรือประชาชนโดยตรง ดังนั้น มาตรการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครั้งนี้จึงใช้กลไกสินเชื่อ การเก็บสต็อก การรวบรวมและดูดซับผลผลิต และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเป็นเครื่องมือหลัก ไม่ใช่มาตรการอุดหนุนหรือประกันราคาโดยตรง โดยโครงการสินเชื่อทั้ง 2 โครงการได้รับความเห็นชอบในหลักการจากนายกรัฐมนตรีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว
ทั้งนี้ มาตรการด้านข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะช่วยบริหารปริมาณผลผลิตในช่วงที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก ลดแรงกดดันด้านราคา และเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรไม่ต้องเร่งขายผลผลิตในช่วงที่ราคาไม่เหมาะสม การสนับสนุนเงินทุนแก่สถาบันเกษตรกรจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรวบรวม รับซื้อ แปรรูป และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิต ขณะที่การส่งเสริมข้าวคุณภาพสูงและการใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว มุ่งให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสมกับต้นทุนการผลิต มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรของประเทศอย่างยั่งยืน


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar