กลุ่มแปลงใหญ่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากดคัง ประสบผลสำเร็จ สร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นอย่างดี

 

นางประเทือง วาจรัต ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 อุบลราชธานี (สศท.11) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ปลากดคัง” นับเป็นสินค้าประมงที่มีศักยภาพและเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรทางเลือกของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภค ตลาดมีความต้องการต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปลาเนื้ออ่อน รสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เกษตรกรในพื้นที่มีการเลี้ยงเป็นอาชีพหลักควบคู่ไปกับการทำการเกษตร สร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นอย่างดี

 

จากการที่ สศท.11 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พบเกษตรกรมีการรวมกลุ่มแปลงใหญ่เพื่อผลิตและจำหน่ายปลากดคัง ในตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จและมีการวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด

นายสันติ สุพล ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ กล่าวว่า เริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 เดิมเกษตรกรประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก แต่ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จึงเริ่มการเลี้ยงปลานิลในกระชัง เนื่องจากอยู่ใกล้แม่น้ำมูล จากนั้น ได้เริ่มศึกษาการเลี้ยงปลาที่เป็นที่ต้องการของตลาดและได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า จึงเริ่มปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงปลากดคัง เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคา

ปัจจุบันกลุ่มแปลงใหญ่ฯ มีเกษตรกรสมาชิก 34 ราย พื้นที่เลี้ยงประมาณ 10 ไร่ จำนวน 315 กระชัง (เลี้ยงเฉลี่ย 10 กระชัง/ครัวเรือน) ด้านสถานการณ์ตลาด ผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 80 ส่งจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง และผลผลิต อีกร้อยละ 20 ส่งจำหน่ายให้ร้านอาหารรายย่อย

กลุ่มแปลงใหญ่ยังมีการพัฒนาการเลี้ยง ที่สามารถลดต้นทุนด้วยการผลิตอาหารปลาคุณภาพไว้ใช้เอง ซึ่งในอนาคตกลุ่มแปลงใหญ่วางแผนจะเพิ่มปริมาณการผลิตให้ได้เฉลี่ย 12 ตัน/เดือน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและพัฒนาเป็นแหล่งผลิตปลากดคังแบบครบวงจรที่สำคัญของจังหวัด สามารถผลิตและจำหน่ายทั้งลูกปลาและเนื้อปลา ตลอดจนการสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งผลิตปลาคุณภาพที่มีความหลากหลาย ซึ่งเกษตรกรที่สนใจ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณสันติ สุพล ประธานกลุ่มแปลงใหญ่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากดคัง จังหวัดอุบลราชธานี โทร 08 3248 2268


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar