
สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำรวจสถานการณ์แรงงานนอกระบบ และปัญหาที่เกิดจากการทำงานของแรงงานนอกระบบ ปี 2567 พบว่า ผู้มีงานทำจำนวนทั้งสิ้น 40 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบจำนวน 21.1 ล้านคน (ร้อยละ 52.7) มากกว่าแรงงานในระบบที่มีจำนวน 18.9 ล้านคน (ร้อยละ 47.3) โดยแรงงานนอกระบบเพศชาย มีจำนวนมากกว่าเพศหญิง
สำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของแรงงานนอกระบบ พบว่ามากกว่าครึ่ง ทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม มีจำนวน 11.4 ล้านคน หรือร้อยละ 54.2 รองลงมา ทำงานในภาคการบริการและการค้า ร้อยละ 36.2 และภาคการผลิต ร้อยละ 9.6 ขณะที่แรงงานในระบบทำงานอยู่ในภาคบริการและการค้ามากที่สุด รองลงมาเป็นภาคการผลิตและภาคเกษตรกรรม
นอกจากนี้ยังพบว่า แรงงานนอกระบบร้อยละ 29.9 หรือจำนวน 6.3 ล้านคน มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงาน โดยร้อยละ 47.7 ประสบปัญหาค่าค่าตอบแทน ส่วนปัญหาจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่พบมากที่สุด คือ อิริยาบถในการทำงาน (ไม่ค่อยได้เปลี่ยนลักษณะท่าทางในการทำงาน) ร้อยละ 36.5 ส่วนด้านความไม่ปลอดภัยในการทำงาน พบปัญหาจากสารเคมี ร้อยละ 61.8
เมื่อพิจารณาแนวโน้มของแรงงานนอกระบบ พบว่า ช่วงปี 2563 - 2567 มีแนวโน้มลดลงในช่วง 3 ปีแรก ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปี 2565 คือ ร้อยละ 53.8 ร้อยละ 52.0 และร้อยละ 51.0 ตามลำดับ และค่อยๆ เพิ่มเป็นร้อยละ 52.3 จนถึงร้อยละ 52.7 ในปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของแรงงานนอกระบบ ควรต้องมีการดูแลและส่งเสริมให้แรงงงานนอกระบบได้รับความคุ้มครอง หรือเข้าถึงหลักประกันทางสังคมให้มากขึ้น