
ประกันสังคม ชี้แจง ยอดเงินชราภาพบนแอปฯ SSO Plus ย้ำ ระบบใหม่คำนวณแม่นยำ เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกช่องทาง
สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีผู้ประกันตนพบว่ายอดเงินสะสมกรณีชราภาพในแอปพลิเคชัน SSO Plus ใหม่ แสดงผลไม่สอดคล้องกับข้อมูลเดิม โดยระบุว่า สาเหตุเกิดได้จากหลายกรณี เช่น มาตรการลดอัตราเงินสมทบในช่วงวิกฤตการณ์ต่างๆ เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19, อุทกภัย หรือช่วงเยียวยาเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งมีการลดเปอร์เซ็นต์การส่งเงินสมทบ ทำให้ยอดเงินสะสมในเดือนนั้นๆ ลดลงตามสัดส่วนจริง รวมถึงกรณีผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างหลายรายในเวลาเดียวกัน หรือมีการเปลี่ยนสถานะระหว่างมาตรา 33 และมาตรา 39 ภายในเดือนเดียวกัน ซึ่งระบบเดิมของแอปไม่ได้นำข้อมูลดังกล่าวมาคำนวณเพื่อแสดงผล
ขณะที่ระบบแอปฯ ใหม่ นำช่วงเวลาที่มีการลดอัตราเงินสมทบ เช่น ช่วงเดือน พ.ค. - ก.ค. 65 ที่เก็บเงินสมทบ 1% จะมีส่วนเงินชราภาพเพียง 0.05% กรณีผู้ประกันตนค่าจ้าง 15,000 บาท จะมีเงินสมทบสะสมกรณีชราภาพ 15 บาทรวมทั้งของฝ่ายผู้ประกันตนและนายจ้างแล้ว ทำให้ยอดเงินที่สะสมเข้ากองทุนชราภาพลดลงตามสัดส่วนที่จัดเก็บจริง
สำนักงานประกันสังคม ย้ำว่า ผู้ประกันตนจะได้รับเงินมากกว่ายอดเงินที่แสดงบนแอปพลิเคชัน SSO Plus แน่นอน นอกจากนี้ ยังได้ปรับรูปแบบการแสดงผลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นระบบ e-Self Service แอปพลิเคชันทางรัฐ หรือช่องทางอื่นๆ เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและสอดคล้องกัน
ทั้งนี้ หลักการจัดเก็บเงินชราภาพจะถูกจัดเก็บรวม 6% ของค่าจ้าง แบ่งเป็นจากผู้ประกันตน 3% และนายจ้าง 3% ตัวอย่างเช่น หากฐานค่าจ้าง 15,000 บาท จะมีเงินสะสมชราภาพ 900 บาทต่อเดือน สำหรับเงื่อนไขการขอรับสิทธิกรณีชราภาพ ผู้ประกันตนต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จหรือเงินก้อน พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ส่วนผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินบำนาญเป็นรายเดือนไปตลอดชีวิตพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนดในแต่ละปี
สำนักงานประกันสังคมขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และจะดำเนินการปรับปรุงระบบบริการให้ถูกต้อง โปร่งใส และได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
ข่าว นิตยา คุณสิม สวท.