
นายกฯ ประชุมทีมเศรษฐกิจ-ภาคเอกชน รับมือสถานการณ์สู้รบในอิหร่าน หวังกระทบภาคเอกชน-ลงทุน-ประชาชนน้อยที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ ตึกภักดีบดินทร์ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง ยกเว้นนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และปลัดกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมการประชุมออนไลน์ เนื่องจากติดภารกิจเดินทางไปประเทศยุโยป ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงการเดินทางว่า มีอุปสรรคหรือไม่ หรือเครื่องจอดพักในตะวันออกกลางหรือไม่ โดยนายอรรถพล ระบุว่า เส้นทางการบินไม่ได้จอดพักในพื้นที่ตะวันออกกลาง
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวเริ่มการประชุมว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่เป็นความขัดแย้ง และการสู้รบอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งได้มีการปฏิบัติการทางการทหาร มาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา และขณะนี้ เป้าหมายสำคัญในการโจมตี ยังเป็นเป้าหมายทางการทหารอยู่ และประเทศอิหร่านได้ตอบโต้ไปยังประเทศที่เป็นฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง อีกทั้ง เริ่มโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ยอมรับว่าประเทศไทยได้รัยผลกระทบกันแน่นอน ไม่มากก็น้อย จึงได้มีการเรียกประชุมในวันนี้เพื่อเตรียมความพร้อม และจำกัดความเสียหาย มีผลกระทบต่อประเทศไทยน้อยที่สุด
ขณะที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้มีมาตรการหลายด้านในการช่วยให้เกิดความมั่นคง และความมีเสถียรภาพสำหรับประเทศไทยต่อสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งการประชุมครั้งนี้ จะต่อยอดทั้งในด้านเศรษฐกิจ ว่าจะมีมาตรการอย่างไร ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทั้งเรื่องการช่วยเหลือพลเมืองไทยที่อยู่ในประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้ว โดยได้ให้การช่วยเหลือในทุกรูปแบบ เช่น คนไทยที่อยู่ในประเทศอิหร่าน จะเร่งให้การช่วยเหลือในการนำประชาชนกลับสู่ประเทศไทยโดยเร็วที่สุด โดยจะได้มีการประสานงานกับคนไทยอย่างใกล้ชิด
นายกรัฐมนตรี ยังเน้นย้ำว่าการประชุมในวันนี้ จะประเมินสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ โดยให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อคนไทย และธุรกิจไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมดูผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม ราคาพลังงาน การค้าการลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว และค่าของชีพของประชาชน พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนวทางการรับมือที่ชัดเจน และสามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อบรรเทาผลกระทบ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคเอกชนในการประกอบธุรกิจต่อได้อย่างเป็นปกติสุข
ทั้งนี้ ที่ประชุมจะมีการหารือผลกระทบในด้านต่างๆ โดยจะมีการรับทราบภาพรวมสถานการณ์และการประเมินผลกระทบเบื้องต้น จาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง สถานการณ์ด้านการต่างประเทศและการเตรียมการช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบ โดย กระทรวงการต่างประเทศ สถานการณ์ด้านพลังงาน ด้านคมนาคมขนส่ง ด้านการค้าระหว่างประเทศ ด้านการท่องเที่ยว ด้านแรงงาน และสถานการณ์ภาคการเงิน ตลาดทุน
ข่าว nbt