กรมควบคุมโรค แนะ “แดดร้อน แต่เราต้องรอด” ข้อมูลย้อนหลัง พบ กลุ่มวัยแรงงานและวัยรุ่นที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง เสี่ยงสูงไม่แพ้กลุ่มผู้สูงอายุ

 

กรมควบคุมโรค แนะ “แดดร้อน แต่เราต้องรอด” ข้อมูลย้อนหลัง พบ กลุ่มวัยแรงงานและวัยรุ่นที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง เสี่ยงสูงไม่แพ้กลุ่มผู้สูงอายุ

 

อากาศร้อน คือ ภัยสุขภาพที่ต้องเฝ้าระวัง กองระบาดวิทยา เมื่อร่างกายต้องรับมือกับความร้อนที่เกินขีดจำกัด นำไปสู่กลุ่มโรคจากความร้อน

ตั้งแต่ผดผื่นคัน ตะคริวแดด ภาวะเพลียแดด แต่ที่อันตราย คือ โรคลมร้อน หรือ Heat Stroke

 

“โรคลมร้อน” เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีอุณหภูมิความร้อนสูงมาก โดยเฉพาะมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จนทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ โดยเดือนที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือ เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนที่สุด เนื่องจากอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 41 องศาเซลเซียส

 

สรุปสถานการณ์ข้อมูลการเฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องจากภาวะอากาศร้อน ในช่วงวันที่ 28 ก.พ. - 15 พ.ค. 2568 เพื่อใช้ข้อมูลเป็นตัวสื่อสารให้ไม่ประมาทกับฤดูร้อนนี้ รวมถึงรู้เท่าทันความเสี่ยง และการป้องกัน พบรายงาน 22 ราย (ผู้ป่วย 1 ราย เสียชีวิต 21 ราย)

 

-ระบU DDS (Digital Disease Surveillance) พบผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องจากภาวะอากาศร้อน 182 ราย

-ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 27-79 ปี (อายุเฉลี่ย 51 ปี) และพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

-อาการเพลียแดด (Heat exhaustion) พบมากที่สุด ร้อยละ 34.07

 

หากแบ่งตามกลุ่มอายุ พบกลุ่มที่ได้รับรายงานสูง 3 อันดับแรก 

วัยรุ่น (15-24 ปี) 40 ราย

วัยทำงาน (25-34 ปี) 38 ราย

ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 29 ราย

 

สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มวัยแรงงานและวัยรุ่นที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง มีความเสี่ยงไม่แพ้กลุ่มผู้สูงอายุ โดยกลุ่มเสี่ยงและปัจจัยสำคัญ คือ

- อาชีพ ผู้ที่ต้องทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง 

- โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคเกี่ยวกับปอด 

- พฤติกรรมเสี่ยงที่มักพบในการรายงานผู้ป่วยหรือเสียชีวิต เช่น "การดื่มสุราในภาวะอากาศร้อน" ซึ่งจะมีความเสี่ยงของอุณหภูมิในร่างกายสูง (Hyperthermia) ได้ง่าย

 

คำแนะนำการดูแลตนเองเบื้องต้น

1.ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน : จิบน้ำสะอาดบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน หากเสียเหงื่อมากควรจิบน้ำเกลือแร่

2.สวมเสื้อผ้าสีอ่อน โปร่งสบาย : สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี สีอ่อน ไม่รัดรูป พกหมวกหรือร่มช่วยกันแสงแดด

3.เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง : โดยเฉพาะช่วงเวลา 11.00-16.00 น. รวมถึงที่อับ และอากาศถ่ายเทไม่สะดวก 

4.สังเกตอาการตนเองและคนใกล้ชิด : หากมีอาการตัวร้อนจัด มึนงง อ่อนเพลีย แต่ไม่มีเหงื่อ ให้เข้าที่ร่ม และรีบไปโรงพยาบาลทันที

 

อย่ารอจนสาย หากสังเกตตนเองหรือพบคนใกล้ชิดมีอาการ “ตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ” ร่วมกับอาการสับสน หรือหมดสติ ให้รีบพาเข้าที่ร่ม คลายเสื้อผ้า ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว และนำส่งโรงพยาบาลทันที

 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar