โฆษกศบก. ประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังตึงเครียดต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการปิดแคบบับ เอล มันเดบในบริเวณทะเลแดง

 

โฆษกศบก. ประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังตึงเครียดต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการปิดแคบบับ เอล มันเดบในบริเวณทะเลแดง

 

โฆษกศบก. ประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังตึงเครียดต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการปิดแคบบับ เอล มันเดบในบริเวณทะเลแดง ขณะที่ ก.พลังงานประเมินสถานการณ์การจัดหาน้ำมันอยู่ระดับ 2 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

นางสาวณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (โฆษก ศบก.) กล่าวถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า ขณะนี้มีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการบริหารพลังงานของประเทศไทย โดยในช่วงหลังระดับความเสี่ยงได้เพิ่มสูงขึ้น และหลายประเทศได้มีการเตรียมมาตรการรับมือเพื่อให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์โลก ทั้งนี้ จะมีการสื่อสารควบคู่กับข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ไปด้วยกันจนถึงปลายทาง

 

โฆษก ศบก. ระบุว่า จากข้อสรุปของกระทรวงการต่างประเทศ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง และมีการยกระดับความตึงเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นเส้นทางการเดินเรือ ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะมีการปล่อยผ่านบางประเทศแล้ว รวมถึงประเทศไทย ขณะเดียวกัน ขณะนี้มีความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้น คือช่องแคบบับ เอล มันเดบ ในบริเวณทะเลแดง ซึ่งช่องแคบขนส่งสินค้า เช่น น้ำมันที่สำคัญของภูมิภาคและจากการประเมินสถานการณ์ตอนนี้ความเสี่ยงที่กระทรวงพลังงานจะต้องเตรียมแผนการรับมือต่อไป

 

ในส่วนของการประเมินสถานการณ์ กระทรวงพลังงานได้วิเคราะห์การจัดหาน้ำมันออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1 เป็นระดับที่เริ่มมีความเสี่ยง แต่ผลกระทบยังไม่รุนแรง เช่น การเดินเรือช้าลงหรือมีปริมาณลดลง  ระดับที่ 2 เป็นกรณีที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และมีแนวโน้มปิดต่อเนื่องเกิน 1 เดือน แต่ยังสามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ และโรงกลั่นยังสามารถปรับการผลิตรองรับความต้องการได้ และระดับที่ 3 เป็นกรณีที่ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้เลย ซึ่งหมายถึงการปิดช่องแคบทั้งสองแห่ง และความต้องการใช้น้ำมันสูงเกินกว่าศักยภาพการผลิตของโรงกลั่น  ซึ่งกระทรวงพลังงานประเมินว่า สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ 2 โดยเป็นระดับ 2 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสามารถปรับลดลงได้หากสถานการณ์คลี่คลาย หรืออาจยกระดับขึ้นเป็นระดับ 3 หากความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการดำเนินมาตรการทั้งในระดับที่ 1 และระดับที่ 2 แล้วบางส่วน เช่น การจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม การเร่งนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น การปรับการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีการใช้กำลังการผลิตสูงถึงร้อยละ 109–110 ของศักยภาพเดิม

 

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้า รวมถึงการจำกัดการส่งออกให้เหลือเฉพาะที่จำเป็น และมาตรการด้านการใช้ เช่น การสนับสนุนการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับมาตรการเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมหากสถานการณ์ยกระดับสู่ระดับที่ 3 อย่างกะทันหัน โดยได้มีการเตรียมแผนรองรับไว้แล้วเรียบร้อย

 

นอกจากนี้ การดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์นั้น จะเปิดมาตรการไทยช่วยไทย ซึ่งเป็นการทำงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับร่วมผู้ประกอบการค่าส่ง และค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ Modern Trade ใน 1 เมษายนนี้ โดยสินค้าที่ทำมาจำหน่าย 2 กลุ่ม คือ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก กระดาษชำระ ลดราคา ถึง 50%

 

ข่าว nbt


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar