
นายกฯ ยืนยัน ยันเดินหน้า TH-AI Passport พร้อมระบุ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่รัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ หลังถูกวิจารณ์ผู้ชนะประมูลใกล้ชิดตระกูลชิดชอบ เน้นย้ำ ประชาชนรอใช้งาน และ AI ต้องโตไปพร้อมโลก ไม่ให้ประเทศล้าหลัง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกถึงกรณีฝ่ายค้านท้วงติงโครงการ TH-AI Passport ว่า ประเทศไทยต้องเติบโตไปพร้อมกับโลกเทคโนโลยี AI เพราะหากวันนี้ใครเข้าไม่ถึง AI “แม้จะไม่ถึงขั้นถึงขั้นดับดิ้นสิ้นใจ” แต่ก็จะกลายเป็นคนล้าหลังและไม่ทันโลก เนื่องจากการดำรงชีวิตในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยหลายปัจจัยประกอบกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันและยืนอยู่บนเวทีโลกได้ ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งอยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลก ทั้งยังมีทั้งบุคลากรที่สามารถพัฒนาโปรแกรมเองได้ และผู้ที่สามารถพัฒนาระบบต่าง ๆ ได้เอง แทบไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จึงต้องส่งต่อและกระจายการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ให้กับประชาชน
ส่วนที่ฝ่ายค้านไม่ได้ท้วงติงเรื่องแนวคิดของโครงการ แต่ท้วงติงเรื่อง TOR ที่อาจมีความเกี่ยวพันกับบุคคลในตระกูลชิดชอบนั้น นายกรัฐมนตรี บอกว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้รับผิดชอบ และได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ คือการดำเนินการอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด หากทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ ก็ถือว่า ผู้ดำเนินการได้ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล จึงไม่มีปัญหาในเรื่องของผลงานหรือการประเมินผลการทำงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าโครงการนี้จะไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงหรือความไม่โปร่งใส นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลชุด นี้ไม่รู้จักคำว่า “มีนอกมีใน” มีแต่การทำงานเพื่อประชาชน ย้ำว่า คณะรัฐมนตรีเข้ามาทำงาน โดยไม่สนใจเรื่องผลประโยชน์เหล่านั้น เพราะไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นแต่อย่างใด พร้อมบอกอีกว่า ทุกวันนี้นายกรัฐมนตรี ก็ใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งในฐานะรัฐมนตรี ประชาชนทั่วไป หรือแม้แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งหมดจึงไม่มีเหตุผล ที่จะต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวใครในการปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะในรัฐบาลที่ตนเป็นผู้นำ
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พร้อมให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาตรวจสอบหรือไม่ เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี บอกว่า ทั้งตนเอง และรัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาล รังเกียจการทุจริตทุกรูปแบบ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง แต่รวมถึงการโยกย้าย การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท ยืนยันว่า หากมีการทุจริต จะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ที่ผ่านว่า รัฐบาลของเพิ่งยึดทรัพย์สแกมเมอร์มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท รวมทั้งสามารถยึดยาเสพติดได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งยังมีการเร่งปราบปรามและขยายผลไปยังเครือข่าย รวมถึงดำเนินคดีด้านการฟอกเงินอย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ได้ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว และไม่มีความกังวลต่ออิทธิพลใด ๆ แม้แต่คำว่าผู้มีอิทธิพล นายกรัฐมนตรียังเปลี่ยนให้เรียกว่า “อันธพาล” เพื่อแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า รัฐบาลถือว่าคนกลุ่มนี้เป็นศัตรูของสังคม
ขณะที่ประเด็นจะต้องพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ หลังหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการทบทวน TOR นั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ หากไม่ถูกต้อง ระบบก็จะทำให้โครงการล้มไปเอง แต่หากเป็นไปตามกฎหมาย ระบบก็จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้
นายกฯ ยังตอบคำถามสื่อมวลชน เรื่องจะยืนยันเดินหน้าโครงการต่อใช่หรือไม่ ว่า “แน่นอนครับ ประชาชนรอ AI อยู่ ทั้งนี้ AI ต้องตอบสนองได้ทันที ไม่ใช่ตอบได้เพียงไม่กี่คำถามแล้วค่อยๆช้าลง พร้อมบอกว่า เวลาทำมาหากิน ไม่ได้ถามวันนี้แล้วรอคำตอบพรุ่งนี้ แต่ถามวันนี้ก็ต้องได้คำตอบตั้งแต่วานนี้
ข่าว วรภัทร ภัททิยากุล nbt