ก.คมนาคม เตรียมเสนอ ครม.ปรับเกณฑ์ครอบครองยานพาหนะในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไม่ตัดสิทธิ์รถเก่า ครอบครองจักรยานยนต์ 2 คัน โอนลอย และสิ้นสภาพ

 

ก.คมนาคม เตรียมเสนอ ครม.ปรับเกณฑ์ครอบครองยานพาหนะในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไม่ตัดสิทธิ์รถเก่า ครอบครองจักรยานยนต์ 2 คัน โอนลอย และสิ้นสภาพ

 

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนได้ยื่นทบทวนสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ยืนยันว่า เจตนารมณ์เพื่อคัดกรองผู้ที่สมควรได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริงให้ได้รับประโยชน์สูงสุด ในส่วนของกระทรวงคมนาคม พบปัญหาสำคัญที่ คือ เงื่อนไขการถือครองกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ 

 

ซึ่งตามเกณฑ์เดิม ระบุว่า ผู้รับสิทธิ์ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้นรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี รถสามล้อ รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง และรถใช้งานเพื่อการเกษตร ที่อนุญาตให้มีได้ไม่เกิน 1 คัน แต่ในความเป็นจริงประชาชนจำนวนมากต้องเสียสิทธิ์ จากสาเหตุหลักหลายประการ 

 

กระทรวงคมนาคมได้ประสานไปยังกระทรวงการคลังเพื่อขอทบทวนหลักเกณฑ์ และเตรียมนำข้อเสนอใหม่เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ค.69) โดยจะเสนอให้ปรับเกณฑ์ใหม่ด้วยการไม่นำรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 15 ปี มาคิดเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ์ รวมถึงเสนอให้ผู้ที่ถือครองรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี จำนวน 2 คัน ที่ยังมีภาระในการผ่อนชำระ สามารถผ่านเกณฑ์และรับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐได้เช่นกัน 

 

สำหรับประชาชนที่เสียสิทธิ์จากปัญหารถสูญหาย สิ้นสภาพ ถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ์ซื้อรถ หรือขายโอนลอยไปแล้วนั้น กรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบและลงบันทึกข้อมูลเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นอุทธรณ์ให้แก่ประชาชน และเพื่อเป็นการลดภาระความไม่สะดวกในการเดินทาง ทางหน่วยงานได้จัดทำแบบฟอร์มร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้ง่ายขึ้นและส่งข้อมูลกลับมาให้ขนส่งตรวจสอบต่อไป 

 

นายสิริพงศ์ กล่าวถึงเกณฑ์ในส่วนของกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษานอกระบบอย่าง สกร. หรืออาชีวะศึกษานอกระบบ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เข้ามาเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะอาชีพ รัฐบาลได้ยืนยันว่าจะมีการปรับเกณฑ์ไม่ให้บุคคลกลุ่มนี้ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงเพราะมีสถานะเป็นนักศึกษา โดยกระทรวงการคลังจะพิจารณาจากองค์ประกอบด้านความยากจนอื่นๆ ประกอบด้วย ดังนั้นผู้ที่อยู่ในข่ายดังกล่าวจึงไม่ต้องกังวลและไม่มีความจำเป็นต้องลาออกจากระบบการศึกษาแต่อย่างใด

 

ข่าว ปฏิพล สัทธพรมมา  สวท.


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar